เพื่อกอบกู้มรดกของชาติ

เกิดและโตที่ สีลม กรุงเทพฯ นามสกุล สตาร์ ได้มาจาก“นายห้างสตาร์” บิดาผู้บุกเบิกวงการ อัญมณี คนสำคัญของไทย นอกจากจะเป็นผู้ริเริ่มการเผาพลอย “ครั้งแรกในโลก” เมื่อ 60 ปีกว่ามาแล้ว ยังเป็นผู้บุกเบิกนำพลอย บางกะจะ ในอดีต เป็นหินซัฟไฟร์ สีดำ ไร้คุณค่า ชาวเมืองจันฯนำไปถมทำถนนหรือเป็นมวลผสมปูน แต่ก่อนสงครามโลกมาแล้วที่ เจ้าของโรงงานเจียรนัยพลอยย่านสีลมนั่งเรือกลไฟจากท่าน้ำราชวงศ์ ไปกว้านซื้อนำมาเจียรนัยขึ้นรูปหลังเบี้ยจนออกมาเป็นแฉก เป็นสตาร์สวยงามเพื่อส่งออก เป็นที่มาของ“นายห้างสตาร์”และนามสกุลนี้

หลังปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์ ได้งานแรกเป็น มัคคุเทศก์เมื่อ 2509 และต่อมาเป็นล่าม/ครู สังกัด USOM สอนนักเรียนเทคนิค จบปี 3 - 5 ในโครงการ รพช. ที่ NETI นครราชสีมา ต่อมา ชีวิตผกผันไปปฏิบัติภารกิจพิเศษในตำแหน่ง “ผู้นำการโจมตีทางอากาศ” ซึ่งเป็นภารกิจปกปิด สังกัด บก.ผสม 333 ศปก.ทบ 309 สู้รบกับอริราชศัตรูปกป้องชาติราชบัลลังก์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้หวนคืนกลับสู่ธุรกิจท่องเที่ยวอีกครั้ง ในตำแหน่งผู้จัดการบริษัทท่องเที่ยวข้ามชาติ และเมื่อก่อสร้างบูม จึงตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างรับงานทั้งใน – นอกประเทศ งานสุดท้าย สร้างโรงงานให้ บ. ญี่ปุ่นที่ บางเลน เมื่อ 2534 ก่อนบังเอิญ ”เกษียนก่อนวัย” ทิ้งทุกอย่าง ไว้ที่ กทม. ผันตัวเองอุทิศชีวิตที่เหลือให้กับ “วิชัยราชา” งานตามอุดมการณ์ที่ตน ชื่นชอบ

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า โครงการนี้ ปราศจากรั้วหรือประตู ขวางกั้น ทั้งที่ได้ลงทุนไปหลายสิบล้าน เพราะได้ทุบทิ้งรื้อไปแต่แรกเริ่ม เนื่องจากไม่ต้องการยึดติดนำวิชัยราชา ไว้เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัวเพราะ “ตายไปก็เอาไปไม่ได้” และจะคืนให้แผ่นดิน เมื่อดึงเข้าสู่ระบบได้แล้ว วีระ สตาร์ ได้บริจาคโลหิตมา 40 กว่า ปี คิดเป็นปริมาตรกว่า 2 ปี๊บ หรือกว่า 40 ลิตร ได้พยายามก่อตั้งชมรม ผู้บริจาคโลหิตแพร่ ที่วันนี้ยังเงียบเหงาอยู่ แต่ชมรม “ทหารเสือพราน - ผู้นำการโจมตีทางอากาศ” ที่เป็นแกนนำร่วมก่อตั้งในปี 2518 และต่อมาได้มีบทบาททำประโยชน์ มีส่วนช่วยเหลือบ้านเมืองยามวิกฤตนั้น ปัจจุบันต่อยอดเป็น “สมาคมนักรบนิรนาม 333” มี พล... กันต์ พิมานทิพย์ เป็นนายกฯ และฯพณฯ พล.. พิจิตร กุลละวณิชย์ เป็นประธานที่ปรึกษา

วันนี้ นอกจากจะเฝ้า เปิด-ปิดไฟ ตัดหญ้าดูแลรักษาไม่ให้วิชัยราชากลับไปรกเรื้อเหมือนเดิมแล้ว ยังเขียนเรื่อง “วีรกรรมนิรนาม” เพื่อเผยแพร่วีรกรรมนักรบไทยที่ข้ามโขงไปเป็นรั้วนอกบ้านสู้รบกับคอมมิวนิสต์ เราต้องเสีย ผู้กล้าไปกว่าห้าพันคน แต่ร่วม 40 ปี ที่ประวัติศาสตร์วีรกรรมการรบครั้งนี้ยังถูกปกปิด ทั้งกองทัพและกระทรวงต่างประเทศ ไม่ยอมให้เผยแพร่ วีรกรรมนี้ โดยอ้างว่า จักกระทบความสัมพันธ์เพื่อนบ้าน ทั้งที่การพลีชีพของผู้กล้าร่วม 5,000 คนนี้ ช่วยให้ชาติอยู่รอดมาได้ตราบวันนี้ สะท้อนวิกฤตประวัติศาสตร์ของชาติ รวมทั้งวิสัยทัศน์ และความขลาดเขลาของผู้นำทัพ ข้าราชการ และนักการเมืองได้ชัดเจน

วีรกรรมนิรนาม วีระ สตาร์ ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ในตำแหน่ง FAG. (Forward Air Guide) หรือผู้นำการโจมตีทางอากาศ ในเขต ทชล.ภาค 4 ฉก. ผาสุก แขวงสีทันดอน จำปาศักดิ์ ในอดีตราชอาณาจักรลาว ช่วงปี 2515 – 16 มีอยู่มาก จนฝรั่งตั้งฉายาว่า TIC. (TROOP IN CONTACT) MAN หรือ จอมบู๊ แต่ขอสรุปเหตุการณ์สำคัญสั้นๆ คือ

-13 .. 15 กองพันทหารเสือพราน BC. 613 – A ..ประเสริฐ ใยเจริญ เป็น ผบ.พัน กองพันนี้เป็นปีกขวาเคลื่อนกำลังออกตีเพื่อยึด กม. 21 บ้านพิน บนถนนสายยุทธศาสตร์ สาย 23 กม.ตามแผน สิงห์ดำ และได้สถาปนาฐานใหม่ห่างจาก กม. 14 ไปทางใต้ 4 กม. วนน. กรม 9 พร้อม แซปเปอร์ได้โหมเข้าโจมตีฐาน ตั้งแต่เวลา0505 - 0945 . วีระ สตาร์ ได้นำเครื่องบินเข้าทิ้งระเบิดสกัดกั้นการโจมตีของข้าศึกที่พยายามดาหน้าวิ่งชาร์จเข้าโจมตีถึง 13 ระลอก วันนั้นถ้าไม่ได้การชี้เป้าทิ้งระเบิด “วัดดวง” กันจนข้าศึกได้รับความเสียหายอย่างหนักแล้ว เราคงแตกยับเยิน เพราะข้าศึกมุ่งมั่น ทุ่มกำลังโจมตีเต็มที่หวังบดขยี้ให้แหลก ศึกในเช้าวันนั้น บีซี. 613-A สูญเสีย “ผู้กล้า” ไป 6 บาดเจ็บ 32 คน และเมื่อ ฮ. ลำที่สองกำลังแถลงมาเพื่อรับคนเจ็บ และศพ ต้องถูก ปตอ. 12.7 สอย จนช่างประจำเครื่องหัวขาด หน่วยเหนือเห็นว่าอันตราย เพราะแหลมอยู่ด้านหน้าสุดเพียงลำพัง จึงสั่งถอนตัวด่วน

- 20 .. 2515 หลังยึดหลัก 21 วีระ สตาร์ ได้หมุนเวียนเข้าปฏิบัติหน้าที่อยู่กับ บก. ฉก. สน. กรม ร. 401 ที่หลัก 16 บ้านหมาร้าย โดยมี พ.. วิเชียร สุกปลั่ง (ยศขณะนั้น) เป็น ผบ. และเมื่อกลางดึกวันที่ 20 ข้าศึก ใช้รถถัง T-34 เข้าโจมตี บีซี. 621 ที่หลัก 21 จนแตก และต่อมา ได้ใช้ แซปเปอร์ บุกโจมตีตัดหลังที่มั่น ร. 401 อย่างดุเดือดทำให้ บีซี. 614/1 ที่ระวังป้องกันทั้งบก.สน. . 401 และฐานปืนใหญ่ ตานี แตกทำให้คณะ บก.ฉก.สน.ทั้งหมด รวมทั้งตัว วีระ สตาร์ ต้องลี้ภัยข้ามถนนไปรวมตัวกันอยู่ในบังเกอร์ ศอย. ตานี แต่ในคืนต่อมาข้าศึกใช้ยุทธการ ตัดหลัง ใช้อำนาจการยิงที่รุนแรง และ แซปเปอร์ กดดันอย่างหนัก จนสามารถเจาะเข้ามาในฐาน ตานี ได้สำเร็จ ทสพ. ทั้ง ร. และ ป.ทั้งหมดกว่า 200 นาย แตกถอยออกไปรวมตัวอยู่ที่ฐานยิง แอร์โร่ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 4 กม. ทิ้งกำลังพลไม่ถึง 20 คน เผชิญชะตากรรมอยู่กับข้าศึกตามลำพังใน ศอย. รวมทั้งตัว วีระ

ขณะที่ทุกคนกำลังทอดอาลัยท้อแท้ สิ้นหวัง เพราะข้าศึกวิ่งยั้วเยี้ยไปมาอยู่ในฐาน และได้นำลังกระสุนปืนใหญ่มาสุมจุดไฟเผาจนสว่างโร่ไปทั่ว โยนระเบิดและยิงกราดไปตามหลุมบุคคลและจุดต่าง ๆ ที่สงสัยว่าจะมีทหารเราหลบอยู่นั้น วีระ สตาร์ ไม่ยอมย่อท้อ พยายามควบคุมสถานการณ์ไว้ และ SOS. ขอเครื่อง เสปคเตอร์ ที่กำลังยิงรถถังข้าศึกอยู่ด้านหน้าให้มาช่วยเหลือโดยด่วน ทันทีที่ เสปกเตอร์ 04 บินเข้ามา วีระ สตาร์ สามารถควบคุมการยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนข้าศึกในฐานต้องถอนตัวไป

เหตุการณ์ครั้งนี้ ร้ายแรงมาก ข้าศึกเวียดนามเหนือ จากกองพล 968 ใช้ยุทธวิธีการรบของ เสธ. ใหญ่ พล อ.เทียน วัน ดุง คือ การเข้าโจมตีแบบ “ฟ้าผ่าสู่ใจกลาง บก” ซึ่งศัตรูจะคาดไม่ถึง เหตุการณ์นี้ ข้าศึกเข้ามาทำลายปืนใหญ่ขนาด 155 ได้สองกระบอก และ 105 อีกหนึ่ง เหลือ 105 ที่ทำลายไม่ทัน กระบอกเดียว ส่วนผู้ที่ติดอยู่ใน ศอย. ส่วนใหญ่เป็นนายทหารที่มารอผลัดเปลี่ยนกำลังกันที่ บก.สน. และนายทหาร ตานี เราสูญเสียทหารไป 18 นาย บาดเจ็บ 16 หายไป 2 ต่อมา จึงพบว่า ถูกข้าศึกจับเป็นเชลยศึกได้หนึ่ง เป็นทหารจาก บีซี. 614-A ชื่อ ส.. นราดล หวังชม ถูกปล่อยกลับจาก ฮานอยฮิลตั้น เมื่อแลกเปลี่ยนเชลยศึกหลังสงบศึกแล้ว

ถึงจะนับศพข้าศึกได้เพียง 5 นาย แต่คาดว่า ทั้ง เสปค เตอร์ และ T–28 สามารถทำลายข้าศึกได้อย่างน้อย 50 นาย เป็นที่แน่นอนว่า คืนนั้นหากไม่ได้ SPARK PLUG ยืนหยัดปกป้อง กม.16 ไว้ได้แล้ว เราต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ จะต้องมีพี่น้องนักรบไทย เสียสละพลีชีพกันอีกมากมาย จะเห็นได้ว่า ในเวลาต่อมา จาก ก.. 16 ถึงหลัก. 21 ระยะทาง เพียง 5 กม. แต่กว่าจะยึดคืนกลับมาได้ช่างยุ่งยากยิ่ง เสียทั้งเวลาเสียเลือดเนื้อ กำ ลังพล ทั้ง ทสพ.ทหารชั้นประทวน และสัญญาบัตร รวมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ไปอีกมากมาย

- 25 .. 2515 ออกกวาดล้าง ลาดตระเวนระยะไกลกับ บีซี. 602-B (.. จรินทร์ โสมภี เป็น ผบ.พัน) มีเป้าหมายที่ ภูจวนตัว ใกล้เมืองปากซอง ไปกันทั้งหมด 73 นาย แต่เหลือรอดกลับมาไม่ถึงครึ่ง เพราะไปติดอยู่ในวงล้อมข้าศึก ซึ่งคาดว่าเป็นขุมกำลังใหญ่ของเวียดนามเหนือ แต่ วีระ สตาร์ ซึ่งถูก อาร์พีจี.ได้รับบาดเจ็บสาหัสสะเก็ดฝังร่าง แต่ยังสามารถนำเครื่องบินเข้ามาทิ้งระเบิดสกัดกั้นทำลายข้าศึกแบบได้เสีย และตีฝ่าออกมาพร้อม ทสพ. ซึ่งส่วนใหญ่บาดเจ็บ หลุดรอดออกมาจากวงล้อมข้าศึก คืนกลับสู่ฐานได้หวุดหวิด

หน. ทน ซึ่งมารอรับอยู่ที่ ค่ายโพนสีไคย ปากเซ ในวันต่อมา ได้ให้ความเมตตาเข้ามาประคองช่วยพยุง วีระ สตาร์ ลงจาก ฮ. ด้วยตนเอง ท่านได้กล่าวว่า “งานนี้ ถ้าไม่มี สปาร์คปลั๊ก ไปด้วยคงไม่มีใครหลุดรอดมาได้”

(หาอ่านเรื่อง วีรกรรมนิรนาม ของ วีระ สตาร์ ได้ ในหนังสือแปลก เริ่มจากฉบับ ส .. 51 - .. 53)

 

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 03 สิงหาคม 2011 เวลา 15:07 น. )