เผยแพร่พุทธศาสนา ครั้งที่ ๕ ตอน พระเจ้าอชาตศัตรูกระทำปิตุฆาตกรรมปลงพระชนม์พระบิดาของตนเอง และพระเทวทัตผู้ต้องธรณีสูบ วันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ตรงกับวันศุกร์ ที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๒.๓๐ น. ณ วัดวังฟ่อน โครงการนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีผู้จัดทำเว็บขอบคุณน้ำปานะมอบให้แก่เทวดาทั้งหลายจากร้อยตรีสิงคาร แนวนัน และเครื่องฉายจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านวังฟ่อน โดยคุณรามิน พันธุ์เลิศวิถี เป็นผู้ติดตั้ง พระเจ้าอชาตศัตรู พระราชาแห่งแคว้นมคธ ปกครองทางตอนเหนือของอินเดีย เป็นพระโอรสในพระเจ้าพิมพิสารและมเหสีโกศลเทวี พระเจ้าอชาตศัตรูเป็นอุบาสกบริษัทเอกอัครศาสนูปถัมภ์ในการกระทำสังคายนาครั้งที่ ๑

เมื่อครั้งที่ยังอยู่ในพระครรภ์มเหสีโกศลเทวีของพระเจ้าพิมพิสาร พระนางทรงแพ้ท้อง อยากเสวยพระโลหิตของพระสวามี ด้วยความรักพระมเหสีและบุตรในครรภ์ พระองค์จึงรองพระโลหิตของพระองค์ไปให้พระมเหสีเสวย ทางด้านโหราจารย์ทำนายว่า ราชกุมารในครรภ์จะเป็นปิตุฆาต (ฆ่าพ่อ) พระนางโกศลจึงพยายามทำแท้งแต่ไม่สำเร็จ พระเจ้าพิมพิสารเมื่อทรงทราบก็ห้าม พอประสูติมีพระนามว่า “อชาตศัตรู” (แปลว่า ผู้ที่ไม่เป็นศัตรู) ในวัยเยาว์ ทรงเลี้ยงดูพระโอรสเป็นอย่างดี และทรงสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมาร เมื่อเข้าวัยรุ่นทรงมีสติปัญญาเฉียบแหลม แต่ก็ได้รู้จักกับพระเทวทัตที่กำลังจะแสวงหาผู้ที่จะมาช่วยตนปลงพระชนม์ พระบรมศาสดา ซึ่งต้องการได้รับความสนับสนุนจากผู้มีอำนาจทางบ้านเมือง และด้วยที่พระเจ้าอชาตศัตรูขาดประสบการณ์ สามารถชักจูงได้ง่าย ทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูเกิดความศรัทธาในพระเทวทัต ถูกเสี้ยมสอนว่า ชีวิตคนเรานั้นไม่เที่ยงไม่แน่ว่าจะได้ครองราชย์สมบัติ จึงควรปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสารเสีย แล้วขึ้นครองราชย์แทน ส่วนพระเจ้าเทวทัตจะปลงพระชนม์พระศาสดาและทำหน้าที่ปกครองสงฆ์ พระเจ้าอชาตศัตรูก็หลงเชื่อ จับพระเจ้าพิมพิสารมาขังในคุกและทรมานโดยวิธีการต่างๆ จนพระบิดาสิ้นพระชนม์ แต่หลังพระบิดาสิ้นพระชนม์ก็สำนึกได้ว่าได้ทำกรรมอันหนักยิ่ง จึงทรงบำเพ็ญกุศลต่างๆเพื่อลบล้างความผิดให้เจือจางลงไปบ้าง และทรงปฏิญาณตนเป็นอุบาสกบริษัท ตั้งมั่นในคำสอนของพระพุทธองค์ แม้พระเจ้าอชาตศัตรูจะทำนุบำรุงพระพระพุทธศาสนามากมายเพียงใดก็ไม่อาจลบล้างบาปกรรมจากการปิตุฆาตได้ ในที่สุดพระองค์จึงถูกพระเจ้าอุทัยภัทร ผู้เป็นพระราชโอรสของพระองค์ลอบปลงพระชนม์และยึดราชสมบัติไป ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาได้บอกกล่าวไว้ว่า เมื่อพระองค์สวรรคต กุศลที่พระองค์ได้มาจากการเป็นศาสนูปถัมภ์ในการปฐมสังคายนาบวกกับทำนุบำรุงพระพระพุทธศาสนาได้นำมาหักล้างบาปแห่งอนัตริยกรรมที่ทำไว้จึงทำให้พระองค์ไม่ไปบังเกิดในมหานรกอเวจี แต่ไปบังเกิดในนรกที่ชื่อว่า โลหกุมภีนรก เสวยทุกขเวทนาเป็นเวลา 60,000 ปีนรก เมื่อชดใช้กรรมนหมดแล้ว พระองค์ก็ไปบังเกิดเป็นพระปักเจกพระพุทธเจ้าอีกองค์ มีนามว่า ชีวิตวิเสส ในอนาคตเช่นเดียวกับพระเทวทัต แต่แค่นั้นยังไม่หมด เพราะหลังจากพระเจ้าอชาตศัตรูสิ้นพระชนม์ พระเจ้าอุทัยภัทรปกครองได้ไม่นานก็ถูกพระราชโอรสทำการลอบปลงพระชนม์และชิงราชสมบัติ หลังจากนั้นพระราชโอรสก็ถูกพระราชโอรสลอบปลงพระชนม์อีกจนรุ่นแล้วรุ่นเล่าจนชาวเมืองต่างก็ไม่พอใจเพราะเห็นว่าราชวงศ์หารยังกะได้กลายเป็นราชวงศ์แห่งปิตุฆาตไปแล้ว เป็นเสนียด ไม่สมควรแก่การปกครอง อำมาตย์สุสุนาค ก็เห็นด้วยจึงทำการก่อรัฐประหารล้มล้างราชวงศ์หารยังกะและก่อตั้งราชวงศ์ใหม่ในที่สุด

พระเทวทัต เป็นพระสงฆ์ในสมัยพุทธกาล พระเทวทัตเป็นพระญาติและมีชีวิตร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้า พระเทวทัตเป็นพระโอรสของพระเจ้าสุปปพุทธะผู้ครองกรุงเทวทหะแห่งแคว้นโกลิยะ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับพระพุทธองค์ พระเทวทัตเป็นที่รู้จักกันดีจากเรื่องราวในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ว่าเป็นผู้ที่มีความอิจฉาพระพุทธเจ้าแต่ครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์ และคอยจองล้างจองผลาญกับพระพุทธองค์มาแต่อดีตชาติ และในปัจจุบันชาติพระเทวทัตยังได้เป็นพระสงฆ์ที่ก่ออนันตริยกรรมคือพยายามลอบปลงพระชนม์พระพุทธเจ้าและก่อการสังฆเภท ทำให้คณะสงฆ์แตกแยกกัน เรื่องราวของพระเทวทัตหลังจากบวชปรากฏว่า ท่านได้มีละความเพียรในการบำเพ็ญสมณธรรม หลังจากได้ฤทธิ์แล้ว ท่านได้มีความมักใหญ่ใฝ่สูง โดยแสดงฤทธิ์เหาะไปให้เจ้าชายอชาตศัตรูเห็น หลังจากนั้นเจ้าชายอชาตศัตรูจึงเกิดศรัทธายอมตนเป็นศิษย์และรับบำรุงอุปัฏฐากพระเทวทัต และด้วยการยุแหย่ของพระเทวทัต จึงเป็นสาเหตุให้เจ้าชายอชาติศัตรูปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นพระราชบิดาของพระองค์ เพื่อขึ้นครองราชสมบัติแห่งแคว้นมคธแทน

แม่อำไพ (มี) ปัญจา มอบทุนสร้างศาลาพระวัจนะ

 

แม่ว่าน แก้วดวงใจ มอบทุนสร้างศาลาพระวัจนะ

 

แม่แก้ว จิตพยัค มอบทุนสร้างศาลาพระวัจนะ

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 04 ตุลาคม 2013 เวลา 16:54 น. )