ตำนานเมืองลอง ฉบับตรวจสอบปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ (ต่อ) (ตำนานพระธาตุศรีดอนคำ) (พระมหาสังฆราชา วัดฟ่อนสร้อย ถามที่ตั้งพระธาตุศรีดอนคำกับหมื่นจ่าลอง พ.ศ.๒๑๔๒) สรีสุพฺภมํคล อุรุคงฺกจวนฺทนากถา ทีนี้จักกล่าวให้รู้ข่าวตำนานวรชินอุรุคธาตุเจ้าดอนฅำพงอ้อดั่งนี้แล ในเมื่อพระพุทธเจ้าเรานิพพานแล้วพุทธสกราชได้ ๒๘๒ ตัว จุลสกราชได้ ๖๑๘ ตัว ล่ำดับมาเถิงปีเปิกเส็ดหั้นพ่ายลาวหลวงแล เมื่อสกราชได้ ๔๖๐ ตัว พุทธสาสนาได้ ๒๑๔๒ พระวัสสา ยังมีพระมหาสังฆราชาตน ๑ อยู่วัดฟ่อนส้อย เชียงใหม่พ่ายลาวเข้าแพงนัก จระเดินหากินเข้ามารอดแช่ฟ้า ท่าอ้อน ได้ฉันเข้าอิ่มเตมใจได้แรงดีแล้ว ไหว้มหาธาตุเจ้าขวยปู พูทับ แหลมลี่ ล่ำดับขึ้นมารอดจอดวัดม่วงเลียงหั้นแล เมื่อนั้นยังมีขุนเถ้าผู้ ๑ ชื่อว่าหมื่นจ่าลอง อยู่บ้านนา มันมาไหว้พระมหาสังฆราชาหั้นแล มหาสังฆราชากล่าวแก่หมื่นจ่าว่าธาตุพระเจ้ายังมีเมืองลองนี้ บ่เท่ามีแต่ ๓ แห่งนั้นเด่ ยังมีแห่ง ๑ ชื่อว่าดอนฅำพงอ้อว่าอั้นนายามเมื่อเรายังหนุ่มวันนั้น

พระสังฆะเจ้าประโยชนะด้วยหนังสือตำนาน หื้อฅนเราทังหลายได้ขึ้นเซาะหายังหอพระแก้วได้ลงมาวันนั้น เรายังได้หันตำนานว่าอั้น (พระมหาสังฆราชาเล่าตำนานพระนางจามเทวีมาเมืองลอง) เมื่อสุเทวรสีส้างเมืองหริภุญไชยวันนั้นหาสหายมาช่วยกัน ยังมีรสี ๓ ตน รสีตน ๑ อยู่เมืองพูกามชื่อว่ากัสสปะรสี ตน ๑ อยู่ยังเขางามชื่อว่าพรหมเทวรสี ตน ๑ อยู่ยังเมืองละโว้ชื่อว่าสุกกทันตะมีแล ในเมื่อส้างเมืองแล้วดั่งอั้น ส่วนว่าสุเทวรสีจิ่งจากับด้วยสหายทัง ๓ ว่าดั่งนี้ ดูราสหายเจ้าทังหลาย ดั่งเมืองเราอันส้างใหม่แล้วนั้นข้าก็ใคร่ได้ปุคละผู้อันเชื่อใสในบุญในคุณแก้วทัง ๓ มาเปนเจ้าเมืองเราดีหลีแล แม่นว่ายิงก็ดีชายก็ดีแลยังมีที่ใดชาว่าอั้น เมื่อนั้นสุกกทันตรสีจิ่งกล่าวว่ายังมีลูกยิงพระญาละโว้ผู้ ๑ ชื่อว่านางจามว่าอั้น เทียรย่อมประกอบด้วยสัทธาอันเชื่อในคุณแก้วเจ้าทัง ๓ มากนักแลว่าอั้น รสีทัง ๔ ตนพร้อมกันแล้วก็ควรแลว่าอั้น แล้วจิ่งจากับด้วยสุกกทันตะว่าสหายเจ้ายังอาไสรพระญาตนนั้นจุ่งร่ำเพิงเถิงเมืองเราหื้อบัวระมวลเทอะว่าอั้น ทีนั้นสุกกทันตะรสีจิ่งกล่าวว่า คันอั้นสหายเจ้าจุ่งใช้ไปขอเอาแต่สำนักพระญาตนนั้นเทอะข้าก็หากจักช่วยขอเอาหื้อได้ชะแล ว่าอั้นแล้ว รสีต่างตนก็ต่างเมือหาที่อยู่แห่งตนวันนั้นแล

ในเมื่อสุเทวะรสีจิ่งอทิฏฐานใช้กอไม้ไผ่ล่องน้ำไป เขียนหนังสือใส่ลำไม้ไผ่ไปขอเอานางลูกพระญาละโว้เซิ่งพระญาตนพ่อแท้หั้นแล สุกกทันตะรสีตนอยู่ในสวนอุญานพระญาก็ช่วยขอเอานางจามก็ได้แท้ คำทังมวลก็ด้วยนิยมดั่งตำนานหริภุญไชยนั้นชู่ประการแล พระญาตนพ่อจิ่งชุมนุมเสนาอามาตย์มาพร้อมกันแล้วพระญาก็อนุญาตหื้อหั้นแล ส่วนราชบุตต์ตนเปนผัวนางก็วางอนุญาตแก่นางชู่ประการแล ยามนั้นนางก็ทรงคัพภะฝาแฝดยังอ่อนหั้นแล นางจามผู้นั้นค็แต่งดาอันเปนด้วยคณะสังฆะ นักปราชญ์ ปุริสะพลนิกายทังหลายอันมากนัก แล้วนางก็ขอเอาธาตุพระเจ้าแก่พระญาตนพ่อ แล้วนางก็ไหว้ราชปิตตามาดาสั่งอำลาญาติทังหลายแล้ว เถิงฤกษ์นามยามดีก็ยาตราขึ้นมาด้วยล่ำดับมาด้วยเรือตามกระแสน้ำแม่ยมหั้นแล ทีนั้นยังขานเมื่อนั้นประเทสนิคมอันนี้ปรากฏชื่อว่าเววาทะภาสิต นางก็หันน้ำช้อมขึ้นมาดั่งอั้น จิ่งคระนิงใจว่าเรามานี้รอยว่าบ่ลางผิดกระแสแม่น้ำเสียเพิงมีชะแล เราลองขึ้นไปดูก่อนเทอะว่าอั้น เหตุดั่งอั้นแต่นั้นมาจิ่งได้ชื่อว่าเมืองลองเพื่ออั้นแล นางก็เอาหมู่ขึ้นมาดอนหัวนาข้างร่องน้อยหั้นแล ว่าเราตั้งทัพอยู่ที่นี้ก่อนเทอะ บัดนี้จิ่งว่าบ้านก่อนเพื่ออั้นแล นางจามจิ่งจาว่าเราจักไปล้ำนี้บ่ควรแลว่าอั้น แล้วจิ่งคณาจากับด้วยนักปราชญ์ปุริสสะทังหลาย ว่าข้าก็ได้ขอเอาธาตุแก่พระญาตนพ่อมาองค์ ๑ เปนธาตุดูกอกสัพพัญญูเจ้า แต่เมื่อโทณพราหมณ์ปันอุปราชะสืบสืบมาแลว่าอั้น บัดนี้เราทังหลายได้มารอดแล้ว ข้าก็ใคร่ประจุไว้ในประเทสที่นี้ดีหลีแลเจ้าจุ่งไปแสวงที่อันควรจุธาตุเจ้าดูว่าอั้น

เมื่อนั้น ปุริสสะทังหลายรับเอาคำว่าดีแลว่าอั้น ก็เอากันเลียบข้างทัพกล้ำวันออกข้างร่องน้อย ขึ้นไปประหมาณชั่วกลองต็อบนึ่ง หันสายน้ำไหลออกมาแต่พงอ้อน้อย ข้างหล่ายสะเทินราวป่าหนองน้อยอัน ๑ มีกล้ำวันออกปุริสสะทังหลายจิ่งมาจากันว่าดั่งนี้ สัฏฐานที่นี้ปุนควรสนุกถูกเนื้อเพิงใจนักควรชะแล เราท้าวพระญาทังหลายจักเมือไหว้สาราชเทวีเจ้าดูก่อนเทอะว่าอั้น แล้วเขาก็มาไหว้นางจามด้วยประการดั่งเขาได้หันพิจจรณาดูนั้นชู่ประการหั้นแล นางจามเทวีรู้แจ้งแล้วจิ่งประสุมชุมนุมกันยังสังฆะ นักปราชญ์ ปุริสสะทังหลาย เถิงวันดียามดีพร้อมกันประจุธาตุเจ้าไว้ท่ำกลางดอนฅำที่ควร แล้วก็ปลูกไม้แงต้น ๑ ไว้เปนสังเกตวันนั้นแล แล้วจิ่งทำนวายไว้ว่าเมื่อใดน้ำห้วยน้อยอันนี้ไหลเข้าปากร่องพงอ้อนี้เมื่อใด จักมีภิกขุสองตนเปนมูลสัทธามาริรังส้างแปลงหื้อเปนเจติยะ ที่จุธาตุพระพุทธเจ้าจักปรากฏรุ่งเรืองยามนั้นมีหั้นชะแลว่าอั้น แล้วนางจามเทวีจิ่งเอาริพลล่องไพตามน้ำแม่ยม แล้วจิ่งขึ้นมาด้วยขระแสแม่น้ำระมิงค์ไปด้วยล่ำดับก็ไปรอดเมืองหริภุญไชยหั้นแล อยู่บ่นานเท่าใดนางก็ประสูตได้ลูกชาย ๒ ฅน จิ่งเบิกนามปัญญัตติใส่ชื่อกุมมารทัง ๒ ว่ามหันตยส อนันตยสตามล่ำดับคัพภะชาติหั้นแล ปุนฺนจปรํ พายหน้าแต่นั้นเล่า นางมหาจามเทวีจิ่งหื้อส้างเมืองเชียงใหม่หื้อลูกอยู่ แล้วส้างหอพระแก้ว ตำนานล้านนาทังมวลเอาขึ้นไว้ยังหอพระแก้วหั้นเสี้ยงแล ตามตำนานมีฉันนี้แล

(พระมหาสังฆราชาถามหมื่นจ่าลองถึงที่ไว้พระธาตุในตำนานอีกครั้ง) พระมหาสังฆราชาวิสัชชนาดั่งนี้แล้ว จิ่งปุจฉาว่าที่อันมีเปนดั่งเรากล่าวมานี้ยังปรากฏที่ใดชาว่าอั้น หมื่นจ่าจิ่งไหว้พระว่าพงอ้อว่าอั้นนั้น ยังเมืองลองนี้บ่มีสักแห่งแก่ผู้ข้าแลเจ้า เท่าเสียงข่าวว่ามีหนทางไปเมืองใต้โพ้นว่าอั้นแล พระว่าบ่มีโพ้นนาตามตำนานว่าเมืองนี้แลแท้ด่าย หมื่นจาจิ่งว่าผิอั้น ยังมีร่องน้อยอัน ๑ ออกมาแต่อว่ามน้อยอัน ๑ ข้างนากล้ำวันออก เขาเรียกว่าร่องอ้อ น้ำมีบ่ขาดสักเทื่อแล ยังมีแลอันนี้ชา ยามเมื่อฅนเฝ้านากลางฅืนเขาหันเปนดั่งผีพุ่งใต้ พร่องว่าผีโพง พร่องก็ว่าธาตุชะด่าย ว่าอันยังเสียงว่ามีแล มหาสังฆราชาจิ่งว่าอันนี้แล้วบ่ใช่อันอื่นแล หากธาตุพระเจ้าแท้แล ร่องอันนี้ไกลบ้านก่อนประหมาณเท่าใดชา หมื่นจาว่าก็มีเหมือนดั่งตำนานว่านั้นแท้ชะแล ไม้หมากแงยังบ่ชา หมื่นจ่าเถ้าว่าบ่เสียงว่ามีเล่าแล ไม้สาเกียะก็ประหมาณปุนดั่งร้อยปีอั้นชะแล บัดนี้เมินนานแล้วบ่เหมือนมีชะแล ว่าอั้นหั้นแล แรกแต่นั้นมามหาธาตุเจ้าจิ่งปรากฏมาเทื่อหน้อยแล เมื่อนั้น ยังมีพระมหาป่าเจ้าตน ๑ อยู่ดอนลี่เหลี้ยม รู้ว่าธาตุพระเจ้าปรากฏที่นั้นว่าอั้น จิ่งมาจำสงัดคอยดูก็หันธาตุกะทำปาฏิหาริยะ ไล่ลำไม้สักตายขานขึ้น แล้วสระเด็จไพในทิสสะทังมวลอัจฉริยะยิ่งนัก จิ่งเอาก้อนหินมาก่อกวมเค้าไม้สักตายขานไว้เปนที่สังเกตวันนั้น ผู้รู้กล่าวว่าไว้ว่าเมื่อใดไม้แงตายแล้ว ไม้สักเกิดมาแทนที่นั้นแล ยังมีกาละฅาบนึ่งฅนทังหลายมาอยู่ที่ใกล้กะทำปมาทะ เทวดาบ่เพิงใจตีสายฟ้าลงฟาดไม้สักตนนั้นตาย จิ่งตายเสียว่าอั้นหั้นแล

(ประวัติการก่อสร้างพระธาตุศรีดอนคำ) เมื่อสกราชได้ ๙๘๘ ตัว(พ.ศ.๒๑๖๙) ปีใจ้ พระสังฆราชาเจ้าวัดยอดใจ เมืองแพล่ เปนมูลสัทธาทังหลายส้างแปลงมหาธาตุเจ้า แลได้เมตตายังเจ้าเมืองนคอรขออาวาสเขตต์แดนมหาธาตุเจ้า กล้ำใต้ร้อยวา กล้ำเหนือร้อยวา เบื้องวันตกรอดเบื้องวันออกกวมหนอง หื้ออนุญาตเปนปริกัมม์เครื่องส้างทังมวล เปนต้นว่าไม้แลดิน ได้ก่อมะลังส้าง ๓ ชั้นบ่ทันแล้ว พระญาน่านฟื้นไพตกเมืองใต้เสียลวดบ่ลุกแล แต่นั้นมาสกราช ๑๐๕๕ ตัว(พ.ศ.๒๑๙๖) ปีกดยี พระสังฆราชาเจ้าวัดร่องน้อย เมืองแพร่ กับพระหลวงเจ้า วัดดอนไฟ เปนมูลสัทธาชักเชิญสัทธาทังหลาย พายในมีพระมหาสังฆราชาเจ้าทัง ๒ คือเมืองแพร่แลเมืองนคอร แลพายนอกหมายมีพระญาแพร่แลพระญานคอรเปนผู้อุปถัมภกะ ก็ได้ขอที่แก่นคราธิปติ ก็หื้ออนุญาตชู่ประการ ตามตำเนียมดั่งเมื่อก่อนวันนั้นแล ยามเมื่อพระสังฆราชายอดใจมาส้างนั้น น้ำแม่คางบ่รอดร่องอ้อยังประหมาณซาววา เมื่อสังฆราชาทัง ๒ มาส้าง น้ำมาปล่องกันปีนั้นแล ส้างแปลงแล้วบัวระมวลตราเปนเงินเสี้ยง ๘ พัน ๒ ร้อยเงินแต่อันนับได้ แลในสกราช ๑๐๒๕ ตัว(พ.ศ.๒๒๐๖) ปีกัดเร้า เดือนเจียง แรม ๔ ฅ่ำ วัน ๓ ยามแตรจักใกล้รุ่งค้านเสียแล

เมื่อสกราชได้ ๑๐๓๔ ตัว(พ.ศ.๒๒๑๕) ปีเต่าใจ้ เดือน ๘ ออก ๕ ฅ่ำ วัน ๑ ยามจักใกล้รุ่ง พายในมีมหาเถรเจ้าตนชื่อว่าสุทธนะเปนประธาน แลสังฆะเจ้าทังหลายพายนอกมีหมื่นชินธาตุเปนผู้อุปถัมภกะริสสนา ได้ชักชวนสัทธานักบุญขุนธัมม์เจ้าทังหลายทุกใหย่น้อยชายยิง ได้แรกก่อส้างซ้ำหลังอันยังกาละบัดนี้แล อุรุงฺคํวณฺณนา นิตฺถิตา นักบุญขุนธัมม์เจ้าทังหลาย มีต้นว่าสมณพราหมณ์นรเทพพดามานมัสสการปูชา ทานทิวตฺถา ค็ได้เถิงสุข ๓ ประการ มีนิพานเปนที่แล้วบ่อย่าเที่ยงแท้ดีหลีชะแล อุรุคํชาฏกํ กรียาอันกล่าวแก้ไขยังตำนานธาตุ ๕ หลังในเมืองลอง ก็สมเรจสระเด็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ฯ:

ภูเดช แสนสา

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 02 สิงหาคม 2013 เวลา 15:04 น. )