ตำนานเมืองลอง ฉบับตรวจสอบปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ (ต่อ) (พระธาตุเสด็จ) ในดอนลี่เหลี้ยมอันนี้ เป็นที่ไว้เข้าของเงินฅำรอมกับกันทังมวลได้ ๓๘ โกฏแล เมื่อนั้น สรีธัมมโสกราชกับท้าวพระญาทังหลาย เอาเงินฅำมาส้างที่ประจุธาตุพระเจ้าทัง ๓ แห่งนี้ คณนาสังขยาเข้าของทังมวลได้ ๗ ตื้อปลาย ๕ ล้านโกฏดีหลีแล เมื่อดั่งอั้นพระญาอโสกราชกับอรหันตาทังหลาย ยังอทิฏฐานว่าดั่งนี้เล่า เมื่อใดธาตุพระเจ้ารุ่งเรืองแล้วกะทำปฏิหารย์แต่ดอนอันนี้ ไปตกดอยพูทับแลมีเมื่อใด ธาตุลูกนั้นอันยังดอยพูทับหื้อสระเด็จมาดอนลี่เหลี้ยม พระธาตุลูกอันยังดอยอุปปยานิกะขวยปูนั้น หื้อสระเด็จไพเถิงเมืองท่งย้างแล้วสระเด็จมารอมกันที่เดียวในดอนที่นี้เล่าเทอะ

ส่วนธาตุองค์อันอยู่ในดอยอุปายนิกะนั้น เป็นธาตุลูกอันอยู่จอมบ่าซ้ายแห่งพระเจ้าแล เมื่อปฏิหารย์ไปตกไกลนั้นเปนดั่งลวงบินนั้นแล เปนดั่งเงือกรุงกินน้ำนั้นแล ธาตุองค์อันไว้นาคปุระพูทับนั้นปฏิหารย์ไปเปนดั่งลูกพุนั้น บินข้ามดอยมาเพร้แล สระเด็จข้ามแม่ยมไปหาดอยกล้ำโพ้นเล่าก็มีแล ธาตุองค์นี้อยู่จอมบ่ากล้ำขวาแห่งพระเจ้า แลมีเสลธาตุองค์อันยังอยู่ปุรทิปะดอนลี่เหลี้ยมลี่นี้ เปนดูกขระหม่อมแห่งพระพุทธเจ้า องค์นี้แฅวนประเสิฐกว่าทุกองค์แล เมื่อผายปฏิหารย์บ่ไปไกลเท่าใด ยังอยู่ใกล้จิ่มหันเปนเปลวอยู่มะมาบ เปนดั่งเปลวประทีดถั่งขึ้นนั้นแลธาตุลูกนี้เมื่อปฏิหารย์ออกไปช้านัก พรับตา ๗ ทีจิ่งหายไปแล เตมว่าไปไกลก็ปุนดั่งวาแขน เท่าดั่งลำเทียนซี่นั้นแล ลางคราบหากลุกเปนเปลวทัดเปลวถ้ำนั้นอยู่ปั่งปั่งเปนดั่งเปลวไฟนั้นก็มีแล

เมื่อใดธาตุพระเจ้า ๓ พระองค์นี้ออกไปสำแดงอโลกะปฏิหาริย์แล้วฅืนมารอมกันที่ดอนปุรทิปะในเกาะอันนี้แลมีเมื่อใด เมื่อดั่งอั้นเกาะที่นี้จักเปนบ้านเปนเมืองมีเวียงอันใหญ่กว้างแลยาวตามดอนอันนี้ แวดล้อมรักสาพระมหาธาตุเจ้าไว้จักมีพายหน้ามีหั้นชะแล เมื่อดั่งอั้นฅนทังหลายฝูงมีใจสัทธามากนักมักบุญเจ้าทังหลายจักมาม่วนกันอยู่อุปัฏฐากมหาธาตุเจ้า ในเมื่อเกาะอันนี้มากนักมีหั้นชะแล เตสุฏาเนสุ ธาตุนิทานํ นิตฺถิตํ

(พญามิเนยยะกับพระมหาเถระเจ้า ๒ รูปบูรณะพระธาตุแหลมลี่ พ.ศ.๒๑๓๐) ในเมื่อพระญามิเนยยะกับมหาเถรเจ้า ๒ ตนกับนักบุญทังหลาย ส้างแปลงที่นั้นลุกเปนวัดมหาธาตุเจดีย์สูงได้ ๒๕ วา กว้าง ๒๕ วาแล้วดั่งอั้น ยามนั้นในท่งย้าง เมืองฝางนั้น ยังมีพระญาตน ๑ ชื่อว่าจังโกปัฏฏะ มีบุญสมพารมากนัก จักได้ส้างเมืองฝางมาหื้อเปนมหานครอันใหญ่ชะแล พระญาตน ๑ ชื่อว่าสิริวิสุทธวังสะ อยู่เมืองละโว้ จักมาชักพระเจ้ายังน้ำแม่น่านออกไปใส่รถมาไว้เมืองท่งย้างในวัดพระยืนชะแล ยามนั้นเมืองท่งย้างจักสุขขเสมมากนักชะแล พระญาจังโกปัฏฏะตนนั้นจักได้ปราบแพ้ท้าวพระญาทังหลายชะแล ท้าวพระญาตนนั้นรู้ข่าวว่าธาตุพระเจ้าเกิดมีในเมืองปุรทิปะนี้ จักเอาริพลมาไหว้พระมหาธาตุเจ้า พระญาตนนั้นจักเอาจังโกฅำมาใส่มหาธาตุเจ้าแต่ยอดลงมารอดตีนธอรณีอันลุ่มนั้นมีหั้นชะแล พระญาจังโกปัฏฏะตนนั้นก็จักเอาเข้าของเงินฅำอันพระญาสรีธัมมาโสกราชฝังไว้นั้น ออกมาค้ำชูมหาธาตุเจ้าในที่นั้นหื้อรุ่งเรือง แลแทนเข้าของฅนทังหลายฝูงมาส้างที่นั้นบ่หื้อทุกข์ไร้ หื้อเปนดีมีเข้าของมีหั้นชะแล พระญาตนนั้นจิ่งเมืออยู่เปนพระญาในเมืองวิชเลยยะที่อันพระเจ้าสระเด็จขึ้นมานั้นแล พระญาจังโกปัฏฏะ แลพระญามิเนยยะมาส้างแปลงมหาธาตุเจ้า หื้อเปนมหาเจดีย์ฅำสูงได้ ๒๕ วา กว้าง ๒๕ วานั้น

เมื่อสักกราชได้ ๙๔๙ ตัว(พ.ศ.๒๑๓๐)มีหั้นชะแล ธาตุพระเจ้ายังดอยพูทับก็ดี ในขวยปูก็ดี พระญาสรีวังสะแลพระญาจังโกปัฏฏะจักเอามาไว้ในดอนลี่เหลี้ยมที่นี้ทัง ๒ แห่งมีหั้นชะแล คันว่าพระญาอทิฏฐานหื้อเข้ามาอยู่ในถ้ำที่นั้นแล้ว พระพุทธเจ้า ๒๘ กับรูปยนต์ฅำนั้นจักสระเด็จออกมารอมกันในดอนลี่เหลี้ยมที่นั้น รูปพระเจ้า ๒๘ กับทังธาตุ ๒ องค์พระญาจักอทิฏฐานหื้อเข้ามาอยู่ในถ้ำที่นั้นแล้ว ดั่งยนต์ฅำนั้นพระญาก็จักหื้อหล่อเปนรูปพระเจ้าสิกขีไว้ในวิหารปราสาท แล้วพระญาจิ่งขึ้นเมือสู่เมืองละโว้มีหั้นชะแล ดั่งพระญามิเนยยะกับทังพระญาจังโกปัฏฏะ แลพระญาสิริสุทธวังสะตนนั้นมีอายุได้ร้อยปีจิ่งจักตายมีหั้นชะแล พระญามิเนยยะนั้นคือว่าพระญาลัมพกัณณะอันได้ฟังธัมม์แห่งพระพุทธเจ้าเมื่อก่อนวันนั้นแล พระญาจังโกปัฏฏะนั้นได้พระญาอเลยยะตนอันได้หื้อเข้าปิณฑิบาตรเปนทานแก่พระเจ้าได้ ๗ วันนั้นแล พระญาสิริวิสุทธะนั้นคือว่าพระญาสถัมพหุลี ตนอยู่เมืองเววาทะภาสิต หื้ออันถั่วแลงาเต้าแตงหื้อเปนทานแก่พระพุทธเจ้าเมื่อก่อนวันนั้นแล พระญา ๓ ตนนี้ได้เถิงโสดาปันนะปุคละแล้วแล ส่วนว่าเจ้าภิกขุ ๒ ตนนั้น ตน ๑ ชื่อว่าจุฬเทวานั้น จักได้เถิงอรหันตาเมื่อชุมนุมธาตุชะแล ตน ๑ ชื่อว่าเตวิจานั้น จักได้เปนพระปัจเจกพุทธในละแวก กับ ๒ อันในภัททกัปนี้ได้ชื่อว่าสุชาโนว่าอั้น มีหั้นชะแล ตติยํกณฺฑํ แต่เวียงลองมารอดดอนลี่เหลี้ยมได้คาวุตนึ่งเปน ๒ พันวาแล ดอนลี่เหลี้ยมนั้นมีกลางแม่ยมนั้นแล น้ำแม่ยมหากแวดล้อมเกาะอันนั้นเปนดั่งเวียงนั้นแล แต่ดอนลี่เหลี้ยมนั้นมาเถิงดอยพูทับก็ได้คาวุตเปน ๒ พันวา แต่ดอยพูทับไพเถิงดอยขวยปูแช่ฟ้าไกลได้ ๔ คาวุตเปน ๘ พันวาแล ที่นี้เปนคราวมายั้งอยู่กะทำบุญแก่ปัณณสัตต์ทังหลาย แห่งพระเจ้าทังหลายอันเกิดมาเปนพระในกัปนี้ชู่ตนแล

(สร้างเวียงพระธาตุแหลมลี่ กัลปนาข้าวัดและที่นา พ.ศ.๒๑๖๘) ยังมีพระญาตน ๑ ชื่อว่าพรหมกุลี จักมาขุดดอนลี่เหลี้ยมที่นั้นหื้อปล่องแม่น้ำยมกล้ำใต้เลิ๊ก ๘ วา กว้าง ๓๒ วา แล้วพระญาจักหื้อแปลงขัวก่ายข้ามเปนปะตูเวียงหั้นมีหั้นชะแล แต่นั้นเล่าฝ่ายน้ำแม่กล้ำตก วันออก แลหนใต้นั้น พระญาจักหื้อปล้ำไม้แลพระญาจักหื้อเผี้ยวถางไม้เสียแลด้านไหนกว้างพันวาจักมีหั้นชะแล แล้วก็หื้อตั้งบ้านอยู่ทัง ๓ ฝ่ายนั้นชู่แห่งชะแล เมื่อดั่งอั้นที่ตั้งวัดมหาธาตุเจ้าก็จักรุ่งเรืองงามยิ่งนักมีหั้นชะแล คันว่ามหาธาตุเจ้าบัวระมวลรุ่งเรืองแล้วนั้น ฅนทังหลายอันอยู่ในจตุทิสะนั้นจักมาไหว้นบสักการะปูชาบ่ขาดทุกเดือน ๖ เพง เปนดั่งฅนทังหลายมาไหว้มหาธาตุเจ้าในเมืองหริภุญเชยย์ มหาธาตุเจ้ายังละพูนนั้นมีหั้นชะแล คือว่าเมื่อในสักกราชพอพันปีนั้น มหาธาตุเจ้าดอนลี่เหลี้ยมนี้ยังมีพระญา ๒ ตนกับทังสังฆเถร ๔ ตน จักมาลวาดผ้าปูชาสการ กะทำหื้อเปนฅำหลบใส่ถม ๓ ชั้นมีหั้นเล่าชะแล ยังมีพระญาตน ๑ ชื่อว่าผุหลิก จักมาสร้างปราสาทได้พันยอดไว้ยังในวิหารนั้น

เมื่อสักกราช ๙๘๗ ตัว(พ.ศ.๒๑๖๘)มีหั้นชะแล พระญาจักหื้อทานฅนไว้กับวัดได้ร้อยครัวมีหั้นชะแล จักไว้นากับวัดด้วยเล่ามีหั้นชะแล ทีนั้นพระญาจักหื้อแปลงลำเวียงทองแวดล้อมมหาธาตุเจ้าเล่า จักมีเมื่อพายหน้ามีหั้นชะแล ธาตุพระเจ้าที่นี้แฅวนประเสิฐกว่าชู่แห่งแล เมื่อจักชุมนุมธาตุพระเจ้า ๓ พระองค์ จักสระเด็จไปเมืองนาคองค์ ๑ จักสระเด็จไปเมืองฟ้าองค์ ๑ จักสระเด็จไปเมืองลังกาทีปองค์ ๑ แล ดั่งธาตุ ๒ องค์อันอยู่เมืองฟ้าแลเมืองนาคนั้น จักสระเด็จมารอมกันที่ชุมนุมธาตุตามอทิฏฐานแห่งพระพุทธเจ้า บ่พอ ๔ พันปุนร้อยปียามนั้นจักชุมนุมธาตุพระเจ้าเสี้ยงเมื่อนั้นมีหั้นชะแล ยังมีพระญาตน ๑ ชื่อว่าผูหลิกจักเอารูปพระเจ้าสิขีไว้ในปราสาทพันยอดท่ำกลางวิหารหลวงวัดมหาธาตุเจ้าหั้นหมื่นชะแล เอกราช จตุตฺถํ แต่เมือหน้าธาตุเจ้ารุ่งเรืองแล้ว มาเถิงพระญาตนชื่อว่าผะหลิกนั้น นับปีได้ ๔๙ ปีแต่กาละนั้นเมือหน้าเล่า ยังมีพระญาตน ๑ ชื่อว่ามธุรัสสะ เปนลูกแห่งพระญาผูหลิกนั้น จักได้เปนหมื่นวัดในเมืองมหาธาตุเจ้านั้นมีเมื่อใด ในเมื่อสาสนาพระพุทธเจ้าได้ ๓ พันปีมีหั้นชะแล เมื่อดั่งอั้นเมืองอันนี้จักเปนขียุคมากนักชะแล ยามนั้นฅนทังหลายฝูงบาปหนาจักมาบีบเบียนเอายังเงินฅำมหาธาตุมีหั้นชะแล เมื่อนั้น พระญามธุรัสสะจักหื้อขุดตัดดอนลี่เหลี้ยมอันนั้นหื้อกว้างเปนฅือ หื้อน้ำแม่ยมไหลเข้ามา แล้วจักก่อลำเวียงแวดล้อมทุกเบื้องทุกพาย เพื่อจักห้ามยังข้าเสิ๊กอย่า หื้อมาบีบเบียนกะทำร้ายได้มีหั้นชะแล พระญามธุรัสสะนั้นหานิยกาลสาสนามหาธาตุเจ้าจักใกล้เสี้ยงมีหั้นชะแล เมื่อเช่นพระญาผุหลิกตนพ่อนั้นสาสนามหาธาตุเจ้ารุ่งเรือง เพื่อขุนชอบธัมม์นักนั้นแล

ในเมื่อพระญามธุรัสสะตายแล้ว ยังมีลูกพระญามธุรสผู้ ๑ เปนหลานพระญาผูหลิกนั้น ชื่อว่าสุรมาไลยยะ จักได้แทนพ่อเล่าแลพระญามธุรสนั้นอายุได้ ๕๗ ปีจิ่งตายแล พระญาสุรมาไลยยะจักได้เปนพระญาในเมืองสิริกุกกุฏฏะไก่เอิ้ก ไทว่าเมืองลองนี้แล อายุพระญาตนนั้นได้ ๙๒ ปี จิ่งจุติตายมีหั้นชะแล ล้ำกว่านั้นไปท้าวพระญาตนอื่นจักมากินเมืองมหาธาตุเจ้านี้ หาบ่ได้แลจักถอยลงไปเทื่อน้อยเทื่อหน้อย ต่อเท้าชุมนุมธาตุเจ้าสาสนาเสี้ยงหมื่นชะแล เมื่อดั่งอั้นมหาธาตุเจ้าลัมพาง แลมหาธาตุเจ้าละพุนชื่อหริภุญเชยย์นั้นจักห่างสูญเสียเสี้ยงจักมีชะแล เท่ามีแต่มหาธาตุเจ้าที่นี้รุ่งเรือง กาละเมื่อซ้อยสาสนามีหั้นชะแล

(พระธาตุประจำพระเจ้า ๕ พระองค์ในเมืองลอง) แห่งดอยพูทับหั้น เมื่อพระเมตเตยย์เจ้าจักมาพายหน้า จักเปนมหาธาตุเจ้ารุ่งเรืองมากนักมีหั้นชะแล แห่งดอยขวยปูแช่ฟ้านั้น เมื่อพระเจ้ากัสสปะนั้นเปนมหาธาตุเจดีย์รุ่งเรืองที่ ๑ แล้ววันนั้นแล แห่งวัดไรส้อยกิ่งย้อยนั้น เปนมหาธาตุแห่งพระเจ้ากกุสันธะแลพระโกนาคมนะแล้ววันนั้นแล ในเมืองลองอันเปนพุทธภูมอันวิเสสแล วิตฺถารมงฺลวนฺทานา วตฺถุฐาน เปนที่พระสัพพัญญูเจ้ามารอดจอดอยู่ปูชาสการคารวะ เขาใน ๘ หมื่น ๔ พันหลัง เท่ามี ๔ หลังนี้แล นักบวชเจ้าทังหลายตนใดก็ดี อุปาสักกะอุปาสิกาผู้ใดก็ดี จุ่งมีใจใสสัทธายินดีไปไหว้นบครพอยำ สักกระปูชาใน ๔ แห่งนี้ก็ดี ได้ส้างแปลงกุฎีวิหารก็ดี แลทำบุญหื้อทานค็ดี ก็เสมอดั่งหื้อทานฟังธัมม์จำสีลแลได้ส้างหื้อพระเจ้าเรายังธอรมานเปนตนในที่อยู่นั้นแล ชาวเจ้าแลฅนแลเทวดาทังหลาย ได้ฟังตำนานเสลธาตุปุรทิปกปรัมมวิสุทธิอันนี้ยังมีใจใสสัทธาอนุโมทนาสาธุการยินดีตวงนักเทอะ

เสลกธาตุทิปกปรมฺมวิสุทฺธิวณฺณนา นิตฺถิตา กล่าวตำนานเสลธาตุปุรทิปะอันประเสิฐ ล้ำเลิสในโลกา เปนมูลลวันทนานำสัตตาคณาหื้อพ้นจากบ้วงคล้องฅอกคังคลาคลาดแคล้ว เข้าสู่เวียงแก้วกล่าวคือเนรพาน ก็สระเด็จแล้วด้วยประการดั่งกล่าวมานี้แล ตำนานเสลธาตุปุรทิปกะอันนี้มหาโพธิสัมภารเมธังกรเจ้า ได้แต่สำนักมหาสังฆะราชาสารจินตาเจ้า ตนเปนเจ้าสาสนาในเมืองลังกาทวีป เอามาไว้เมืองเชียงใหม่วันนั้นแล ฯ

พระธาตุปูตั้บ (ที่มา : ภูเดช แสนสา, ๒๕๕๐)

 

พระธาตุไฮสร้อยก่อนบูรณะพ.ศ.๒๕๓๕ (ที่มา : วัดพระธาตุไฮสร้อย)

 

ต้นฉบับตำนานเมืองลองของวัดป่าเปอะ

ภูเดช แสนสา

แก้ไขล่าสุด ( วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฏาคม 2013 เวลา 21:21 น. )