สืบเนื่องจากปี ๒๕๕๕ รพ.สต. บ้านวังฟ่อนได้จัดทำโครงการ “ชุมชนน่าอยู่ วิถีชีวิตพอเพียง คนวังฟ่อนสุขภาพดี” มีการรณรงค์เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ๓ อ ๒ ส และรณรงค์งานศพปลอดเหล้า และการพนัน ยังได้ได้รับการตอบรับจากชุมชนเท่าที่ควร จากการสำรวจยังพบว่าประชาชนมีสถิติการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ ๓ – ๕ ปีย้อนหลัง พบว่าการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับเป็นอันดับที่ ๑ จึงมีการประชุมผู้นำชุมชน อสม. คณะกรรมการพัฒนา รพ.สต. จึงได้จัดทำโครงการประชาร่วมใจ ตรวจหนอนพยาธิ ปี ๒๕๕๖ ขึ้น โดยมีคณะทีมงานจาก รพ.สต. สมเด็จพระยุพราชเด่นชัย และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลสอง ดังนี้ เจ้าหน้าที่ ฐาณัชชา เวียงคำ (หมอโจ้) เจ้าหน้าที่ ฐาปนากรณ์ เสาร์สุวรรณ ดำเนินการตรวจในครั้งนี้ สรุปผมสรุปผลการตรวจโรคหนอนพยาธิในอุจจาระ รพ.สต. บ้านวังฟ่อน วันที่ ๖ – ๗ เมษายน ๒๕๕๖ จำนวนคนที่เข้าตรวจ ๗๐๖ คน พบพยาธิในอุจจาระ ๑๘๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๖ ของผู้เข้าตรวจทั้งหมด

พยาธิใบไม้ในตับ (อังกฤษ: liver fluke) เป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่มเชิง polyphyletic ซึ่งเป็นหนอนตัวแบนชั้น trematode ในไฟลัม Platyhelminthes พยาธิใบไม้ในตับตัวเต็มวัยจะอาศัยอยู่ในตับของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด รวมถึงมนุษย์ด้วย โดยอาจอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ถุงน้ำดี หรือเนื้อตับก็ได้ พยาธิเหล่านี้กินเลือดเป็นอาหาร พยาธิตัวเต็มวัยจะวางไข่ออกมาในลำไส้

โรคนี้เกิดจากกินอาหารประเภทน้ำจืดชนิดมีเกล็ดที่มีตัวอ่อ่นของพยาธิอยู่หาก ปรุงดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ก้อยปลา ปลาหมกไฟ ปลาร้า ฯลฯ ปลาในประเทศไทยบที่พบว่ามีพยาธิตัวอ่อน เช่น ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาขาว ปลาตะเพียน ฯลฯ

พยาธิใบไม้ตับอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีของตับทั้งของคนและสัตว์รังโรค เมื่อพยาธิออกไข่ ไข่จะออกมาในลำใส้ และปนออกมากับอุจจาระลงแหล่งน้ำ เมื่อหอยไซกินไข่นี้เข้าไป พยาธิจะเจริญเป็นตัวอ่อนอยู่ในหอย ตัวอ่อนระยะต่อมาจะออกจากหอยไปเจริญต่อในปลาเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อ เมื่อคนกินปลาที่ปรุงไม่สุก ตัวอ่อนนี้จะเจริญเป็นพยาธิตัวเต็มวัยในท่อน้ำดีของตับ ระยะเวลาตั้งแต่คนกินตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิเข้าไปจนเจริญเป็นตัวเต็มวัย และตรวจพบไข่ในอุจจาระใช้เวลาประมาณ ๔ - ๘ สัปดาห์

ระยะแรกๆมักจะไม่มีอาการ เมื่อมีพยาธิสะสมมากๆเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการ เช่น ท้องอืด แน่นท้อง เจ็บบริเวณชายโครงขวา ออกร้อนบริเวณหน้าท้อง ถ้าปล่อยไว้นานๆ จะมีอาการอักเสบของท่อน้ำดี ตัวเหลือง ตาเหลือง ตับโต มีไข้ บางรายอาจกลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในตับ และอาจถึงตายได้

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 10 เมษายน 2013 เวลา 19:55 น. )