สวัสดีอีกครั้งครับพี่น้องชาวจังหวัดแพร่ที่รักครับ และรวมไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทยและที่อยู่ทั้งประเทศไทยและทั่วโลกที่กำลังดูเว็ปไซต์นี้นะครับ  วันนี้ผมจะกล่าวถึงเรื่องราวของการเสียสละที่สำคัญของคนคนหนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของคำพยากรณ์ของการเสียสละแห่งอนาคตที่ที่จะนำความรอดมาสู่มวลมนุษยชาติ  คุณยังคงจดจำความตอนเดิมที่พระเจ้าทรงประทานลูกชายแท้ที่เกิดจากนางซาราห์ผู้เป็นหมันผู้เป็นภรรยาของอับราฮัมได้ใช่มั้ยครับ  ถ้าจำได้ท่านจะทราบว่า พระเจ้าเคยบอกว่าพระเจ้าจะอวยพรให้อับราฮัมเป็นชนชาติใหญ่ มีลูกหลานมากมายดุจเม็ดทรายบนพื้นดิน และดวงดาวบนท้องฟ้าซึ่งไม่สามารถนั่งนับได้  แต่ปรากฏว่าพระเจ้าประทานลูกชายที่เกิดจากพระสัญญาของพระองค์คือ อิสอัค  ซึ่งเราก็ทราบว่าอับราฮัมก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่งกับทาสตามวิธีของมนุษย์เด็กชายคนนั้นคือ อิชมาเอล อย่างที่ทราบกันคือเข้าคือผู้ที่เป็นบรรพบุรุษของศาสนาอิสลาม  เอาล่ะครับ ประเด็นที่เราจะพูดไม่ใช่ประเด็นนี้แต่ประเด็นที่เราจะพูดมันเกี่ยวข้องกับการเสียสละอย่างไร

เมื่อเราทราบกันดีแล้วว่า อิสอัค คือตัวแทนแห่งพระสัญญาของพระเจ้าที่จะต้องรับพรต่อจากเขา และบุคคลนี้แหล่ะที่จะเป็นผู้สืบเชื้อสายแห่งพระสัญญาของพระเจ้าต่อจากเขา ไม่เช่นนั้นแล้วพระสัญญานั้นจะตกสู่แก่คนใช้ของเขาตามธรรมเนียม  ซึ่งตอนนี้ทั้งอับราฮัมและนางซาราห์ย่อมมีความสุขมากที่พวกเขาได้รับพระพรตามพระสัญญา  แล้วมันเกิดอะไรขึ้นสิ่งที่คาดไม่เข้าใจ ก็เกิดขึ้น จนแทบอยากจะตะโกนถามพระเจ้าดังว่า  “นี่มันอะไรกัน นี่” พระเจ้าบอกว่า เจ้าจงขึ้นไปยังภูเขาลูกหนึ่ง ชื่อว่าภูเขาโมริยาห์ ซึ่งปัจจุบันเป็นภูเขาที่อยู่ในเยรูซาเล็มซึ่งเคยเป็นที่ตั้งพระวิหารของชาวยิว  เพราะเนื่องด้วยการถวายอิสอัคให้เป็นเครื่องบูชาแด่พระเจ้านั่น หมายถึงคือพระเจ้าต้องการให้ฆ่าอิสอัคเป็นเครื่องบูชายันต์แด่พระเจ้า  เอาแล้วซิ พระองค์เจ้าข้า นี่พระองค์เป็นอย่างไรนี่ที่พระองค์ให้มาแล้วจะเอาคืน  และลูกคนนี้แทบจะเป็นความหวังของเขาเลยก็ว่าได้ ให้คุณนึกภาพตอนที่ มีข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ที่เด้กวัยรุ่นยิงกันตาย คนที่เจ็บปวดปริ่มแทบจะขาดใจคนนั้นย่อมเป็นคุณแม่ที่ต้องมาเสียแก้วตาดวงใจไป  คุณคิดว่าอับราฮัมจะรู้สึกอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่อับราฮัมทำนั้น คือบทเรียนแห่งหารวางใจ และเชื่อใจว่าสิ่งที่พระองค์ประทานให้ คือลูกชายผู้ที่เป็นที่รักถ้าพระองค์ประทานให้พระองค์ก็มีสิทธิ์เรียกคืนได้ และเขาเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงชุบให้ลูกชายกลับคืนมาอีกครั้งแน่นอน เพราะเขาเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้า

ให้เรามาวิเคราะห์เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้กันซะหน่อย สังเกตได้ว่าอับราฮัมไม่บอกนางซาราห์ผู้ซึ่งเป็นแม่ของเด็กและแน่นอนสัญชาติญาณของความเป็นแม่ ไม่มีวันปล่อยให้ลูกไปตายแน่นอน พระเจ้าก็พระเจ้าเถอะ  แถมอับราฮัมถูกด่าสามบ้านเจ็ดบ้านไม่หยุดแน่นอน เพราะฉะนั้นเรื่องราวนี้นางซาราห์จึงไม่รู้เรื่องเลย ถ้าจะกล่าวคือ ทุกคนไม่รู้อะไรเลยนอกจาก อับราฮัม  แม้แต่ลูกชายและคนใช้ที่ช่วยกับเก็บฟืนขึ้นรถนั้นก็ยังไม่รู้เลย และแล้วพวกเขาก็พากันไปที่ภูเขาที่จะถวายเครื่อง เผาบูชาแด่พระเจ้ากล่าวคือทุกอย่างพร้อมยกเว้น ลูกแกะอยู่ เดินมองหน้ากันและถามกันว่าไหนกันนะลูกแกะที่จะให้พระเจ้า แต่ก็อาจจะมีก็ได้ ว่าแล้วการเดินทางก็ไปหยุดตรงย่านภูเขาเป็นสถานที่ ที่เราเรียกว่าภูเขาโมริยาห์  จากนั้นอับราฮัมก็บอกคนใช้ว่า ให้รออยู่ที่นี่หมายถึงเชิงเขา แล้วก็เหลือแต่อับราฮัมและอิสอัคขึ้นไปบนยอดเขา เอาล่ะว่าแล้วอับราฮัมก็บอกให้อิสอัคช่วยกันตั้งแท่นบูชา พร้อมฟืน แล้วทุกอย่างก็เสร็จสรรพ เอาล่ะ อิสอัคถามพ่อว่า  พ่อครับ แล้วลูกแกะที่จะเป็นเครื่องบูชาล่ะครับ อิสอัคมองหน้าพ่อ  ลูกแกะตัวนั้นพระเจ้าได้จัดเตรียมให้ ก็คือลูกไง อ้าวเอาแล้วไงอิสอัคงานเข้า ถ้าเป็นเด็กโดยทั่วไปก็อาจจะเสียใจร้องไห้ที่พ่อจะฆ่าเขา  หรืออาจจะวิ่งหนีไปเรียบร้อยแล้ว และอับราฮัมก็คงจะวิ่งไล่จับอิสอัคแบบหึดจับชักเป็นลม  แต่ในความเป็นจริงไม่เป็นอย่างนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างอับราฮัมเป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากจนถูกเรียกว่าสหายของพระเจ้า  และแน่นอนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกชายเป็นอะไรที่แนบแน่นมากจนเกิดเป็นการไว้วางใจกันและกันจนทำให้อิสอัคยอมเอาไปนอนที่แท่นบูชา และให้อับราฮัมผู้พ่อจับมัดมือมัดเท้า  จากนั้นอับราฮัมก็คว้ามีดขึ้นมาและกำมีดแน่นเงื้อมืดเตรียมทิ่มแทงมีดไปที่จุดตายที่ อิสอัคจะไม่ทรมานที่สุด ณ วินาทีนี่ถ้าเป็นคุณจะทำอย่างไร คงเจ็บปวดใจน่าดู ถ้าเป็นผมคงจะโกรธพระเจ้ามากแต่อับราฮัมไม่เป็นอย่างนั้น ขอย้ำแสดงว่าความสัมพันธ์ของพระเจ้ากับอับราฮัมแนบแน่นมาก  ในขณะที่มือกำลังเงื้อมีดแทงลงไปที่ตัวอิสอัค  ในทันใดนั้นก็มีเสียงสวรรค์เหมือนเสียงระฆังของกรรมการดังช่วย  นั่นคือเสียงของพระเจ้านั่นเอง  พระเจ้าบอกว่า หยุด  อย่าแตะต้องเด็กคนนั้น เรารู้แล้วว่าเจ้ายำเกรงเรา ด้วยเราเห็นแล้วว่าเจ้าไม่ได้หวงบุตรชายคนเดียวของเจ้าให้กับเรา  อับราฮัมเป็นตัวแทนของการไว้วางใจในพระเจ้า และแบบอย่างของคนที่เข้าถึงหัวใจของพระเจ้า  และเป็นแบบอย่างของการเชื่อฟังและยอมจำนนต่อพระเจ้า และเขารู้ตัวเสมอว่าสิ่งที่เขามีนั่นเป็นของพระเจ้า และถ้าพระเจ้าจะเอาของเขาไปเขาก็ยินดี

พระเจ้าได้จัดเตรียมลูกแกะตัวหนึ่งซึ่งเขาของมันติดอยู่บนต้นไม้บนภูเขาลูกนั้น  นั่นเป็นลูกแกะของพระเจ้าที่พระเจ้าได้จัดเตรียมไว้  และอับราฮัมก็เอาลูกแกะตัวนั้นมาแทนที่ลูกชายที่อับราฮัมเอามาถวายแด่พระเจ้าแทน พระเจ้าสัญญาต่ออับราฮัมว่า เราจะอวยพรเจ้าแน่ เราจะทวีเชื้อสายของเจ้าให้มากขึ้น* ดังดวงดาวในท้องฟ้า และดังเม็ดทรายบนฝั่งทะเล** เชื้อสายของเจ้าจะได้ประตูเมืองศัตรูของเจ้าเป็นกรรมสิทธิ์ ประชาชาติทั้งหลายทั่วโลกจะได้พรเพราะเชื้อสายของเจ้า*  เหตุว่าเจ้าฟังเสียงของเรา

อย่างที่ผมเคยเขียนบทความให้ทราบนั้น คือ เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับชนชาติอิสราเอล และเกี่ยวกับคริสตชนในปัจจุบัน ซึ่งเป็นคำพยากรณ์ของการเสียสละในวันนี้ของเขาที่ทำ ให้เราเห็นของการช่วยกู้ของพระเจ้าต่อมวลมนุษย์ชาติ คือการไถ่ของมนุษย์ กล่าวคือการที่พระผู้ไถ่ได้มาถือกำเนิดยังชนชาติอิสราเอล ซึ่งมาจากเชื้อสายอับราฮัมนั่นเอง และสิ่งที่อับราฮัมทำในวันนั้นได้เป็นสิ่งที่พระเจ้าทำผ่านทางพระเยซูคริสต์ซึ่งพระองค์คือลูกแกะของพระเจ้าที่ได้มาถูกถวายเป็นเครื่องเผาบูชาแด่พระเจ้าเพื่อลบมลทินบาปให้กับมนุษย์ และในวันที่สามพระองค์ได้เป็นขึ้นมาจากความตาย ดังทีมีพระคัมภีร์บอกว่า “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ทรงประทานบุตรองค์เดียวของพระองค์เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์”  ถ้าอับราฮัมยอมถวายลูกชายของเขาให้กับพระเจ้าได้  พระเจ้าก็ยอมมอบพระบุตรเพื่อมวลมนุษยชาติได้เช่นกัน  แล้วคุณล่ะ ยอมมอบชีวิตของคุณให้พระเจ้าแล้วหรือยัง

สัปดาห์หน้าจะเสนอตอน  ถือกำเนิด จอมขี้โกงกับคนที่ไม่เห็นคุณค่า ดูซิเขาสองคนนี้เป็นใครและมันก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างไรให้เรามาติดตามกันคราวหน้านะครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

เขียนโดย  อ.เด่น  โยชูวา  คริสตจักรหัวใจพระคริสต์

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 01 มีนาคม 2013 เวลา 10:57 น. )