ตัวแทนของผู้ถูกเลือกและความหวังของโลกนี้ สวัสดีครับพี่น้องที่รักทุกท่าน คราวนี้พี่น้องคงทราบว่า การเกิดชนชาติและภาษาต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และประเทศไทยก็เป็นชนชาติและภาษาที่สวยงาม และมีคุณค่าอย่างมากอีกภาษาหนึ่งที่เราได้มาจากการกระจัดกระจายของมนุษย์จากที่หอบาเบลจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนี่เป็นไปตามแผนการของพระเจ้าตั้งแต่ต้นแล้วว่าพระเจ้า ต้องการให้มนุษย์เกิดผลเป็นพรจนเต็มแผ่นดิน ไม่ใช่กระจุกกันเป็นชุมชนแออัดทั้งๆที่แผ่นดินโลกก็กว้างใหญ่ไพศาล ในที่สุดก็ทำให้เรารู้ว่า มนุษย์อย่าหาญกล้าต่อสู้กับพระเจ้า

แต่เอาล่ะ ในที่สุดมนุษย์ก็ต้องออกไปเกิดผลตามแผนงานของพระเจ้า ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก และเต็มไปด้วยความบาปซึ่งก็ได้กระจัดกระจายไปทั่วโลก เมื่อมนุษย์ที่เต็มไปด้วยบาปได้กระจัดกระจายไปทั่วโลกพร้อมกับมนุษย์ที่กระจัดกระจายไป มนุษย์ต่างพากันตั้งและแสวงหาพระเจ้าของเขา และบางทีก็ปั้นรูปเคารพขึ้นมาบูชาแทนพระเจ้า ละทิ้งพระเจ้าซึ่งเป็นพระผู้สร้างเขาและหันไปหาสิ่งที่หลอกลวงที่ตัวเองตั้งขึ้น ยกตัวอย่างแบบแรงๆซักนิด สำหรับสุภาพสตรีครับที่มีสามีแล้วครับ คุณคิดอย่างไรถ้าสามีของคุณไม่ใช้เวลากับคุณแต่กลับไปซื้อตุ๊กตายางมานอนกอด คุณคิดอย่างไรครับ ฉันใดก็ฉันนั้น พระเจ้าก็ไม่ทรงพอพระทัยเช่นนั้นเหมือนกัน และแน่นอนคุณก็รู้ว่ามนุษย์ในปัจจุบันได้พัฒนาความบาปจนถึงขั้นสูงและจะยังคงพัฒนามากขึ้นไปอีก ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การพัฒนา ประเด็นมันอยู่ที่ท่าที คือ ฉันไม่ต้องการพระเจ้า ก็ไม่ต่างกับที่สามีบอกภรรยาของเขาว่า “ฉันมีตุ๊กตายางสุดสวยแล้วแล้วฉันไม่ต้องการเธอแล้ว ยัยเพิ้ง” แล้วจะทำไง ดี จะทำลายโลกนี้ด้วยน้ำท่วมก็ให้คำสัญญาไปแล้วว่าจะไม่ให้เกิดน้ำท่วมโลกอีก แต่ถ้าทำลายโลกนี้ตอนนั้น ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะมันไม่ใช่ด้วยท่าทีที่เต็มใจ และนี่คือวิธีของพระเจ้า คือ พระองค์ได้เรียกชายคนหนึ่งผู้มีนามว่า อับบราม เขาเป็นใคร และอย่างที่ผมเคยบอกไว้ต้นถ้าเราจะสืบประวัติของเขา เขามาจากเชื้อสายของ เชม (กรุณาย้อนกลับไปดูบทความเรื่อง

ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ อับราฮัมมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 2,000 ปี ก่อนคริสตศักราช  หลักฐานจากพระคัมภีร์ได้ระบุว่าบรรพบุรุษของอับรามคือ  เชม  ผู้เป็นบุตรของโนอาห์ลูกหลานของเชมซึ่งเป็นบรรพบุรุษของอับราฮัมได้อพยพ ไปอาศัยปะปนกับชาว เคลเดีย ที่เมืองเออร์ ทางตอนใต้ของอาณาจักรเมโสโปเตเมียซึ่ง ปัจจุบันคือประเทศ อิรัก เมืองเออร์เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ข้างแม่น้ำยูเฟรติส เป็นที่น่าสนในว่าเมืองเออร์เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรื่องมากและยังเป็นศูนย์ กลางทางด้านวัฒนธรรมการคมนาคมการค้าการศึกษาและศาสนาในยุคนั้นเหมาะสำหรับ ที่จะทำการค้าขาย เนื่องจากมีการสันนิฐานว่าเมืองเออร์เป็นเมืองท่าที่ติดกับอ่าวเปอร์เชียแต่ เนื่องจากมีการพัดมาของตระกอนเป็นจำนวนมากทำให้อ่าวเกิดตื้นเขินขึ้นและกลาย มาเป็นดินดอนในที่สุดจากการสันนิฐานบรรพบุรุษของอับราฮัมได้อพยพไปอาศัยและ ทำการค้าที่เมืองเออร์แต่อย่างไรก็ตามเมืองเออร์ในสมัยของอับราฮัมไม่ได้ เจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีตเนื่องจากศูนย์กลางทางการปกครองและศาสนาและการ เมือง เปลี่ยนไปเป็น เมืองบาบิโลนแทน ในบทปฐมกาล บทที่ 11 ข้อที่ 10 - 26 ได้กล่าวถึงเชื้อสายของเชม ผ่านมาประมาณ แปดชั่วคน ซึ่งแต่ละคนก็มีอายุเป็นร้อยปีขึ้นทั้งสิ้น  และก็มาถึง นาโฮร์ ผู้มีบุตรชื่อ เทราห์  และเมื่อเทราห์ อายุได้เจ็ดสิบปีก็มีบุตรอีกสามคน  ชื่อ อับราม และ นาโฮร์(ชื่อเดียวกับปู่)และฮาราน    อับราฮัมหรือ อับรามน่าจะเกิดที่เมืองเออร์ และใช้ชีวิตวัยเด็กจนกระทั้งแต่งงานกับซาราย (ซื่อเดิมของซาราห์ )    ตอนที่ท่านเกิดบิดาของท่านคือเทราห์ มีอายุได้ 130 ปี  อับราฮัมมีพี่น้องด้วยกันทั้งหมดสามคนด้วยกันคือ  ฮับราฮัม  นาโฮร์  ฮาราน  (อ้างอิงจากเว็ป http://religionandbelief-marine.blogspot.com)

ทีนี้มาถึงช่วงเวลาที่สำคัญในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลได้พูดถึงที่พระเจ้าทรงเรียกอับราฮัมให้ออกมาจากญาติพี่น้องของเขา เนื่องจากอับราฮัมเป็นผู้ที่แสวงหาพระเจ้า พระเจ้ามาพบเขาและได้ตรัสกับเขาว่า  "เจ้าจงออกจากเมือง จากญาติพี่น้อง จากบ้านบิดาของเจ้า ไปยังดินแดนที่เราจะบอกให้เจ้ารู้ว่า เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติใหญ่ เราจะอวยพรแก่เจ้า จะให้เจ้ามีชื่อเสียงใหญ่โตเลื่องลือไป แล้วเจ้าจะช่วยให้ผู้อื่นได้รับพร เราจะอำนวยพรแก่คนที่อวยพรเจ้า เราจะสาปคนที่แช่งเจ้า บรรดาเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะได้พรเพราะเจ้า"* จงจดจำคำพูดเหล่านี้ให้ดี นี่คือสิ่งที่พระเจ้าได้บอกเขา เขาจึงพาคนในครอบครัวเขาออกมาและบรรดาทาสของเขาออกมาจากที่นั่นและนำเขาออกไปยังดินแดนที่พระเจ้าได้สัญญากับเขา และอวยพรให้เขาเป็นชนชาติยิ่งใหญ่ และเป็นชนชาติที่ได้รับพร และมีชื่อเสียง เป้าหมายของเขาคือเขาต้องช่วยให้ชนชาติต่างๆที่กระจัดกระจายไปในทั่วโลกช่วงสมัยหอบาเบลนั้นได้รับพร พรนั้นคืออะไรก็คือการนำโลกทั้งโลกกลับคืนดีกับพระเจ้าเพราะการไม่เชื่อฟังของมนุษย์

พระเจ้าให้คำสัญญากับอับราฮัมว่า เราจะอวยพรกับผู้ที่อวยพรเจ้า เราจะสาปคนที่แช่งเจ้า หมายความว่า ชนชาติหรือใครก็แล้วแต่อวยพรชนชาติของอับราฮัม และเช่นกันใครที่สาปแช่งชนชาติของอับราฮัม พระเจ้าจะสาปแช่งชนชาติเหล่านั้น เพราะเขาเป็นตัวแทนที่พระเจ้าจะนำพรไปสู่โลกนี้ และคำสัญญานี้ได้ตกสู่ถึงลูกหลานของเขา และสู่โลกนี้ในปัจจุบัน ในนามของชนชาติหนึ่ง คือ ชนชาติอิสราเอลนั่นเอง

สรุปคำสัญญาที่พระเจ้าให้กับเขามีสามประการ

1. ดินแดนที่ถูกเรียกว่าดินแดนแห่งพระสัญญา ซึ่งเป็นดินแดนปาเลสไตน์ในปัจจุบันที่เป็นปัญหาด้านสันติภาพ

2. ชนชาติของเขาจะมีมากมายจนนับไม่ได้ที่กระจัดกระจายไปทั่วโลก คือคนยิว และผู้ที่เชื่อในผู้ที่ถูกเรียกว่าพระผู้ช่วยให้รอดของโลกนี้ ซึ่งแม้แต่ชาวยิวก็ยังเชื่อว่าถ้าผู้นี้มาจะเป็นเหตุที่ทำให้คนทั้งโลกได้รับความรอด

3. พระพรและการสาปแช่งต่อผู้ที่ตอบสนองต่อชนชาติของพระเจ้า

4. เป้าหมายของชนชาตินี้ที่ได้รับพรเพื่อเขาจะต้องออกไปเป็นพรต่อคนทั่วโลก ไม่ใช่อภิสิทธิ์ชน

ประยุกต์ใช้ เมื่อเราถูกมอบหมายให้เป็นคนระดับชั้นแนวหน้าในสังคมชั้นสูง หรือเป็นผู้ที่มีการศึกษา หรือคุณเป็นคนที่มีความรุ่งเรืองมั่งคั่ง หรือคุณอาจมีอำนาจล้นฟ้ามาจากไหน หรือคุณอาจมีโอกาสมากกว่าใครๆ สำหรับชาวยิวคริสตชนเราเชื่อว่านี่เป็นผู้ที่รับการอวยพรจากพระเจ้า เราไม่คิดว่าเราวิเศษไปกว่าใคร และขอบอกกับคุณว่าไม่ว่าคุณจะเป็นใครที่ผมกล่าวถึง สิ่งที่คุณมีนั้นก็เพื่ออวยพรผู้อื่น ถ้าคุณอยากมีความสุขที่สุดและต้องการการอวยพรจากพระเจ้า เพื่อช่วยคนที่จะได้รับการปลดปล่อยจากปัญหาต่างๆ มาถึงตรงนี้คุณได้รู้ว่าต้นกำเนิดของเผ่าพันธ์แห่งความหวังของคนทั้งโลกเริ่มต้นที่นี่ แต่กระบวนการต่างๆเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างไร และมีอุปสรรคอะไรบ้าง และสิ่งเหล่านี้จะช่วยคนทั้งโลกให้รอดนั้นคือใคร คุณต้องรู้ว่าใครคือผู้สร้างโลกนี้ แล้วอิสราเอลมีที่มาอย่างไร จากนี้ไปเริ่มเข้มข้นขึ้นทุกที โปรดติดตามตอนต่อไป เพราะมันเกี่ยวข้องกับอนาคตของโลก และมันเกี่ยวกับคุณและผม ถ้าคุณเชื่อคุณจะไม่พลาด สัปดาห์หน้าผมจะเขียนเรื่อง “คุณค่าแห่งสัญญานิรันดร์ และความผิดพลาดเพราะไม่ไว้ใจ” เขียนโดย...อ.เด่น โยชูวา

แก้ไขล่าสุด ( วันเสาร์ที่ 09 กุมภาพันธ์ 2013 เวลา 16:24 น. )