สวัสดีอีกครั้งนะครับ มาพบกันอีก วันนี้ผมมีบทความที่นำมาจากพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ได้บันทึกประวัติศาสตร์ของมวลมนุษย์ชาติที่เป็นจุดเปลี่ยนและจุดหักเห ที่ทำให้ทำให้เรารู้ว่า ทำไมเราต้องมีหลายชนชาติและหลายภาษา เรื่องราวมีดังนี้ว่า เมื่อครั้งหลังน้ำท่วมโลกเป็นเหมือนต้องมานั่งเริ่มกันใหม่หมดจากลูกหลานโนอาห์คือเชื้อสายของเชม ฮาม และยาเฟต จนเขาได้เกิดลูกหลานมากมายเต็มแผ่นดินในเวลานั้น แต่เงื่อนไขของพระเจ้าคือให้เขากระจัดกระจายออกไปจนเต็มแผ่นดินโลกตามแผนการของพระเจ้า แต่มนุษย์มักดื้อดึงและกบฏชอบคิดว่าตัวเองถูกและต้องการสิ่งที่ตัวเองคิดจะทำ ไม่สนใจพระสัญญาและแผนการของพระองค์ทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้คือการอวยพรทั้งนั้น และเนื่องจากเวลานั้นมนุษย์ยังคงมีภาษาเดียวกันและพูดคุยกันรู้เรื่องอยู่เวลานั้น ก็ทำให้เขาเหล่านั้นต่างพากันเห็นพ้องต้องกัน และร่วมมือกันทำสิ่งต่างๆได้ดี ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีมิใช่หรือที่มนุษย์ปรองดองกัน แต่ ทำไมพระเจ้าไม่โอเคล่ะ

ประเด็นคือ พวกขากำลังร่วมมือกันต่อต้านแผนการของพระเจ้า แล้วเขาทำอะไร เขาทำหอสูงเทียมฟ้าครับ แล้วเขาจะสร้างมันไปทำไมครับ เขาบอกว่าเขาจะสร้างเมืองที่มีหอขึ้นสูงถึงฟ้าเพื่อเราจะสร้างชื่อให้กับตนเองและไม่ต้องกระจัดกระจายไปทั่วโลก นั่นเขากำลังหมายถึงเมืองขนาดใหญ่และสูงเพื่อมีที่เพียงพอสำหรับมนุษย์ทุกคนที่จะอยู่ด้วยกันโดยไม่ต้องกระจัดกระจายไปตามแผนการณ์ของพระเจ้า ประมาณว่าฉันไม่ต้องการแผนของพระเจ้า สรุป คือกบฏนั่นเอง แล้วไม่เพียงแค่นั้นมันเกี่ยวข้องเนื่องด้วยชื่อเสียงของเขาเอง โดยใช้แรงกระตุ้นเนื่องด้วยความสำเร็จของแต่ละคนที่ตอนนั้นทุกคนเห็นพ้องต้องกันด้วยการสื่อสารที่ถูกต้องเหมือนกัน และคนเราก็ต้องการปลดแอกให้ตัวเองอยู่แล้ว แต่หารู้มั้ยว่านั้นเป็นแอกที่อยู่ในแผนการณ์ของพระเจ้าที่มนุษย์จะพบการอวยพรของพระองค์ แต่มนุษย์ก็ไม่เอา จากนั้นเขาก็ร่วมไม้ร่วมมือด้วยความขยันขันแข็ง เพื่อเป้าหมายคือ เขาไม่ต้องการกระจัดกระจายไปทั่วโลก จากนั้นพระเจ้าจึงเสด็จลงมาดูว่า มนุษย์สามารถทำได้ถ้ามนุษย์เห็นพ้องต้องกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะเขาเป็นชนชาติเดียวกัน และพูดภาษาเดียวกัน อ้าวแล้วมันผิดตรงไหนก็เพราะเกี่ยวกับท่าทีเพราะความผิดพลาดของมนุษย์ที่ต้องการต่อต้านพระเจ้า และกำลังนำตัวเขาเองไปสู่คำแช่งสาป พระเจ้าจึงทนดูไม่ได้จึงตรัสว่า “เพราะเขาเป็นชนชาติเดียวพูดภาษาเดียวกัน ยังสามารถริเริมทำงานได้ขนาดนี้ ต่อไปถ้าเขาจะวางแผนทำอะไรก็จะได้ทุกอย่าง และนี่คือปัญหาคือ มนุษย์วางแผนด้วยตัวเองเพียงเพื่อจะบอกว่า ฉันไม่ต้องการพระเจ้า และฉันจะสู้กับพระเจ้า

ดังนั้นพระเจ้าพระบิดา พระเยซูคริสต์และพระวิญญาณบริสุทธิ์จึงเห็นพ้องต้องกันที่จะลงไปทำให้ภาษาของเขาฟังกันไม่รู้เรื่อง คุณลองคิดภาพดีๆกำลังคุยกันอยู่ดีๆแบบรู้เรื่อง เพราะคุยต่อป๊บ อ้าว นั่นแกพูดภาษาอะไรนะ Hello สบายดีมั้ย เมงกะละบะ Hola Shalom ซาลามมาไลกุม ฮันยองอนาเซโย ไฮ่ โอ้ยงง เขาพูดบ้าบออะไรอีกเนี่ย ฟังไม่รู้เรื่อง และเขาก็ได้รู้ว่าเป็นมนุษย์ไม่สามารถ ลุกขึ้นต่อสู้กับพระเจ้าได้ เพราะฉะนั้น บาเบล จึงแปลว่า วุ่นวาย ครับ

จากนั้น เมื่อมนษย์จึงกระจายตามแผนการณ์จนเต็มแผ่นโลก ถึงแม้อาจไม่ค่อยเต็มใจด้วยก็ตาม และแล้วทุกอย่างก็จบ เมื่อมนุษย์พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง คนที่ไม่เข้าใจภาษาอื่นก็ชวนคนที่คุยกันรู้เรื่องออกไปด้วย และพากันแยกย้ายออกไปทั่วโลกตั้งเป็นประเทศต่างๆที่เกิดขึ้นในทวีปต่างๆในโลกจนมาถึงปัจจุบันนี้ครับ อ้าวแล้วพระเจ้าทรงทำแบบนี้แล้วยังไงต่อละเนี่ย ประเทศเยอะแยะเลย วัตถุประสงค์ต่อไปจะทำยังไงครับ มิน่า สงครามจึงเกิดขึ้น พวกอยากเป็นใหญ่กระจัดกระจายกันไปมันก็ต้องมีการขยายอาณาจักรของเขา ถ้าทำอย่างนี้จะทำอย่างไร ไม่ต้องห่วงนะครับ พระเจ้ารู้ล่วงหน้าแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น และพระเจ้ามีทางออกเรียบร้อยแล้ว สัปดาห์หน้าผมจะเขียนบทความเกี่ยวกับ เรื่องตัวแทนของผู้ที่ถูกเลือกและความหวังของโลกนี้ ครับ น่าสนใจแล้วใช่มั้ยครับ ว่าพระเจ้าจะใช้ใคร แล้วคนนั้นจะมีอิทธิพลอย่างไร และเชื้อสายของเขาจะมีอิทธิพลอย่างไร อย่าลืมติดตามสัปดาห์หน้านะครับ และแน่นอนครับมนุษย์ฉลาดขึ้นมากจึงคิดค้นภาษากลางขึ้นครับ และกำลังขมวดปมเข้ามากลับกลายมาเป็นการใช้ภาษาเดียวกันมากขึ้นซึ่งมันกำลังเตรียมไปสู่คำพยากรณ์ในอนาคตที่จะเกิดเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น คือ One world order (รัฐบาลโลก)

ประยุกต์ใช้ สั้นๆครับ การที่เรามีความรองดองสามัคคีกันเป็นสิ่งที่ดีที่เราพึงกระทำแต่การรวมกันบนฐานที่เรามีท่าทีที่ไม่ถูกต้องมันอันตราย และบางทีกลับทำให้แย่ไปอีกด้วย เราควรมาดูว่าอะไรเป็นเป้าหมายหลักร่วมมือกันจากฐานของท่าทีที่ถูกต้องก็จะนำประเทศชาติหรือองค์กรไปส่งความเข้มแข็งและอำนาจที่จะนำพาไปสู่ความเจริญยิ่งขึ้น ( ยกเว้นจะมีคนบางกลุ่มจะยุยงทำให้ผิดแผนครับ ไม่ได้โทษใครเป็นหลักนะครับ แต่อยากให้พิจารณาครับ)

เขียนโดย...อ.เด่น โยชูวา ศิษยาภิบาลคริสตจักรหัวใจพระคริสต์

ติดต่อ 0869971923 หรือ facebook คริสตจักรหัวใจพระคริสต์ หรืออีเมลย์ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2013 เวลา 10:34 น. )