คริสตจักรสุพรรณลาต เป็นคริสตจักรที่ ๑๔ สังกัดภาคที่ ๔ แพร่ – อุตรดิตถ์ สภาคริสตจักรในประเทศไทย ตั้งอยู่ในตำบลร่องฟอง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ซึ่งห่างจากตัวเมืองแพร่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ ๖ กิโลเมตร เมื่อประมาณ ๑๒๐ กว่าปีมาแล้ว (บทความ ๒๕๕๕) ร่องฟองเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ มีชาวบ้านอาศัยอยู่ไม่กี่หลังคาเรือน สภาพของหมู่บ้านนั้นเป็นป่าประกอบไปด้วยป่าไผ่ ป่าละเมาะ ป่าไม้เต็งรัง และป่าแดง การคมนาคมระหว่างหมู่บ้านถึงอำเภอเมืองใช้เส้นทางเกวียน ชาวบ้านหาเลี้ยงชีพด้วยการหาของป่าขายไม่มีพื้นที่นาเหมือนเช่นปัจจุบัน ต่อมาราชการให้หมู่บ้านร่องฟองขึ้นกับตำบลทุ่งโฮ้ง จากนั้นแยกมาตั้งเป็นตำบลเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๙๒ ในสมัยนั้นมีมิชชันนารีได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมที่หมู่บ้านเชตวัน และได้ตั้งสถานพยาบาลเพื่อประกาศพระกิตติคุณของพระเจ้าให้กับชาวแพร่ ประจวบกับในเวลานั้นเองเกิดความขาดแคลนอาหารซึ่งปรากฏในประวัติศาสตร์เมืองแพร่ เกิดข้าวยากหมากแพงอันเนื่องมาจากฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลชาวบ้านชาวเมืองเดือดร้อนกันทุ่งหย่อมหญ้า มิหนำซ้ำยังเกิดโรคระบาดที่น่ากลัวคือโรคไข้ทรพิษหรือฝีดาษ มิชชันนารีทั้งจังหวัดแพร่และจากจังหวัดลำปางได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือโดยการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ และยังช่วยเหลือปากท้องของชาวบ้านด้วยการซื้อข้าวสารแจก เหตุการณ์ครั้งนี้ได้เลื่องลือไปทั่วถึงความเก่งและความมีน้ำใจของหมอฝรั่ง ชาวบ้านชาวเมืองจึงได้เห็นถึงความรักและการสำแดงชีวิตที่เต็มไปด้วยองค์พระเยซูคริสต์

นายลาต แสงสุพรรณซึ่งเป็นชาวบ้านร่องฟองเป็นคนฝักใฝ่วิชาทางไสยศาสตร์ได้พ่ายแพ้จากการประลองจนเกือบจะเสียชีวิต มิชชันนารีได้อธิษฐานเผื่อด้วยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้านายลาตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง จนได้ตัดสินใจยอมถวายตัว อีกทั้งภรรยาคือนางพุดซ้อนและลูก ๆ ทั้งเจ็ดคน คือนางเขียว, นางเมา, นายซุ้ย, นายใจ, นายคำปัน, นางเงินและนาคำ ให้กับพระเยซูคริสต์ด้วย ดังนั้นลักษณะชุมชนของคริสเตียนบ้านร่องฟองจึงมีลักษณะเฉพาะคือเป็นแบบ “เครือญาติ” โดยแท้ จึงเกิดความสมัครสมานสามัคคีกันอย่างแนบแน่นลึกซึ้ง และมีความพูกพันกันตามแบบสังคมไทยชนบท ลูกของนายลาตที่ชื่อคำปัน แสงสุพรรณ นับเป็นกำลังสำคัญยิ่งในการก่อตั้งคริสตจักร สุพรรณ ท่านครองตัวโสดจนตลอดอายุขัย ชาวบ้านร่องฟองเรียกท่านว่า “ปู่คำปัน” ผลงานสำคัญของท่านได้แก่ การจัดหาทุนสร้างอาคารโบสถ์บนที่ดินที่ได้รับจากลูกหลานของนายลาตซึ่งมีหลายคนได้ยกที่ดินถวาย อาทิ นางฟองจันทร์ นันทิยา, นายคำอ้าย ถาวร, นางจันทร์คำ เหมืองสาม ฯลฯ รวมที่ดินประมาณ ๑ ไร่เศษ เครือญาติที่เป็นคริสเตียนของนายลาต ได้ช่วยกันคนละไม้คนละมือจนทำให้กลุ่มคริสเตียนแห่งนี้พัฒนาเป็นหมวดคริสเตียน ต่อมาก็ทำเรื่องขอให้คริสจักรภาคที่ ๔ ยกฐานะเป็นคริสจักร

วันที่รับอนุมัติเป็นคริสตจักร วันที่ ๗ กรกฎาคม ๑๙๗๓ ในการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานคริสจักรภาคที่สี่ ครั้งที่ ๓ มติของคริสจักรภาค การประชุมธรรมกิจภาค ที่ ๔ วันที่ ๑๙ มีนาคม ๑๙๗๓ วาระที่ ๘ ข้อ ๑๓ “พิจารณาคำร้องของหมวดร่องฟอง ขอให้ภาคพิจารณาจั้งเป็นคริสตจักร ที่ประชุมเห็นแล้วพิจารณาแล้วเห็นสมควรที่จะเป็นคริสตจักรได้ จึงลงมติให้แต่งตั้งเป็นคริสตจักรที่ ๑๔ และมอบให้กรรมการชุดใหม่รับไปดำเนินงาน”  ทางภาค ฯ จึงได้อนุมัติ ทำพิธีสถาปนาเป็น “คริสตจักรสุพรรณลาต” เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๑๙๗๓ ใช้นามและชื่อสกุลของนายลาต เป็นชื่อของคริสตจักรเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ท่าน ส่วนบรรดาลูกหลานของท่าน ได้เก็บอัฐิของท่านสร้างเป็นกูไว้หน้าอาคารโบสถ์นั้นเอง ฝ่ายปู่คำปันยังเล็งการณ์ไกล ท่านต้องการชุมชนคริสเตียนบ้านร่องฟองมีสุสานเป็นของตนเอง จึงได้ติดต่อขอซื้อที่ดินส่วนหนึ่งจากสุสานของชาวพุทธ จัดเป็นสุสานคริสเตียนบ้านร่องฟองโดยเฉพาะ ซึ่งก็สำเร็จตามเป้าหมายทุกประการ

ในระยะแรกที่ตั้งเป็นคริสตจักร ก็มีจักรหน้าที่ภาค ๔ คริสตจักรที่ ๑ แพร่กิตติคุณ นางสาวทองสุข วงศ์ชุมภู (ต่อมาสมรสกับนายสุวรรณ แสงสุพรรณ) ไปช่วยบริหารงานคริสตจักร ต่อมาอาจารย์มงคล ศรีเรือง จากโรงพยาบาลแพร่คริสเตียนได้ปลีกเวลามาช่วยงานคริสจักรอยู่หลายปี อีกทั้งได้เป็นประธานคณะธรรมกิจของคริสตจักรสุพรรณลาตด้วย

โทรศัพท์ติดต่อ ๐๘-๙๑๑๒-๗๓๘๘ : ๐๘-๓๔๗๗-๙๔๙๒

แก้ไขล่าสุด ( วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2012 เวลา 11:29 น. )