ช้างเจ้าหลวงเมืองลำปาง พลายกุนะเป็นช้างที่ได้ชื่อว่ารู้ภาษาคน แรกที่สุดเป็นช้างของเจ้าหลวงลำปางแล้วทีนี้เจ้าหลวงลำพูนมีไก่ชนตัวหนึ่ง เป็นไก่ชนที่มีชื่อเสียงมาก ชนชนะมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทีนี้เจ้าหลวงเมืองลำปางเกิดอยากได้ไก่ชนตัวนี้ แต่ขอซื้อจากเจ้าหลวงลำพูนทานไม่ยอมขายนอกจากจะขอแลกกับช้างกุนะ ด้วยความที่อยากได้ไก่ของเจ้าเมืองลำพูนมากเลยตอบตกลงยอมแลกช้างกุนะกับไก่ชนตัวนั้น พอเจ้าหลวงลำพูนได้ช้างกุนะมาเป็นของตนแล้วจึงหาควาญช้างมาประจำจะให้เลี้ยงดูเจ้าพลายกุนะ แต่เลือกคนมากี่คน ๆ ก็เลี้ยงเจ้ากุนะไม่ได้ เพราะมันไม่ชอบใจ ในที่สุดก็มีสองผัวเมียบ้านนอคู่หนึ่งขันอาสาเข้ามารับจ้างเลี้ยงดูเจ้าพลายกุนะปรากฏว่าเจ้าพลายกุนะยินยอมเชื่อฟังเป็นอันดี เจ้าหลวงลำพูนจึงได้มอบเจ้าพลายกุนะไปอยู่กับสองผัวเมียที่บ้านนอก โดยให้ค่าจ้างเลี้ยงพอสมควร สองผัวเมียตั้งอกตั้งใจเลี้ยงเจ้าพลายกุนะด้วยความรัก แกรักมันเหมือนลูก เช้าขึ้นเจ้ากุนะเดินโทง ๆ มาที่เรือนของสองผัวเมียยื่นงวงยาวของมันขึ้นไปที่นอกชาน เป็นอันรู้ว่ามันมาขอข้าวกิน นางล่าซึ่งกำลังนึ่งข้าวเหนียวอยู่บนเรือนก็จะร้องบอกกับเจ้ากุนะว่า “ลูกเอ๋ย แม่นึ่งข้าวยังไม่สุกเลย เอาไว้สักครู่หนึ่งถึงค่อยมานะลูกนะ” เจ้ากุนะก็ถอยไปอย่างกับมันรู้ภาษา พอข้าวสุกแล้ว เขาก็เรียกมันมากิน  มันกินข้าวทีละมาก ๆ และชอบกินข้าวเหนียวเหมือนคนด้วย

นอกจากนั้นก็กินกล้วย กินอ้อยเหมือนช้างทั่วไป ต่างตรงที่ว่ามันรู้ภาษาคน และรักคนเลี้ยงของมันกับพ่อแม่ ไปทำอะไรก็เอาไปด้วย  ตาผัวเวลาไปเที่ยวกินเหล้าก็พาเจ้ากุนะไปด้วย ทั้งคนทั้งช้างกินเหล้าเมามาด้วยกัน บางทีตาผัวเมามากเดินไม่ไหว เจ้าพลายกุนะก็ใช้งวงของมันเกี่ยวร่างของคนเลี้ยงตวัดขึ้นมากอดไว้แล้วพามาส่งถึงบ้านเลยทีเดียว ดังนั้นนางล่าแกก็เลยวางใจได้ว่า ถ้าผัวของแกไปเที่ยวกับเจ้าพลายกุนะแล้ว เป็นต้องไปกลับมาโดยปลอดภัยทุกครั้ง ชื่อเสียงของเจ้ากุนะก็เป็นที่รู้จักทั่วเมืองลำพูนเพราะมันรู้ภาษาคน ช่วยทำงานก็ได้ รักเจ้าของก็รัก ซ้ำยังมีความกตัญญูรู้คุณยิ่งกว่าคนบางคนเสียอีก วันหนึ่งผู้ชายบ้านเดียวกับสามีนางล่าคนเลี้ยงของเจ้าพลายกุนะนี่แหละ ตาแก้วคนนี้ไม่ค่อยชอบหน้าสองผัวเมียนี่นักหรอก เพราะตะแกเป็นคนขี้อิจฉา วันหนึ่งตาผัวไปทำไร่ก็พาเอาเจ้ากุนะไปด้วยตาแก้วก็กินเหล้ากรึ่มกร่ำมาทีเดียวพอเจอะหน้าผัวนางล่าก็เอ๋ยปากชวนวิวาททันที ตาผัวนางล่าจะพูดดีด้วยยังไง ๆ แกก็ไม่ยอมดี จนที่สุดผัวนางล่าก็อดโทสะไม่ได้ เข้าชกต่อยกันเป็นพัลวันไปทีเดียว เจ้าพลายกุนะก็โผล่มาจากไหนไม่ทราบ พอมันเห็นคนเลี้ยงถูกคนอื่นทำร้ายทั้งยังได้ยินเสียงเจ้าของร้องเรียกให้ช่วยพ่อด้วยเท่านั้นหละ พ่อกุนะก็ร้องแปร๋แปร๋นโผนเข้าจะทำร้ายตาแก้ว ส่วนตาแก้วเหลือบเห็นเจ้ากุนะก็ผละวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต  เจ้ากุนะก็วิ่งไล่ตาม ในที่สุดตาแก้วก็เข้าไปซุกอยู่ใน กอใฝ่ เนื้อตัวหน้าตาถลอกปอกเปิกไปหมด ร้อนถึงนางล่าต้องวิ่งมาอ้อนวอน ขอให้เจ้ากุนะเลิกเอาเรื่องกับตาแก้ว ตาแก้วจึงได้รอดชีวิต เมื่อสิบกว่าปีก่อนยังมีคนเคยพบตาแก้วที่ถูกเจ้ากุนะไล่ทำร้าย เนื้อตัวหน้าตาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นลายพร้อยไปหมด มีอยู่ครั้งหนึ่งเป็นฤดูหนาว นางล่ากับผัวแก่ไม่มีผ้าจะห่ม แกก็พาเจ้าพลายกุนะไปหาเจ้าหลวงที่คุ้ม กราบทูลขอผ้าห่มและเสื้อผ้าตามมีตามเกิด แต่เผอิญเป็นเวลาที่เจ้าหลวงอารมณ์ไม่ดีหรืออย่างไรไม่ทราบ ก็เลยปฏิเสธว่าไม่มีจะให้ นางล่ากับสามีเห็นดังนั้นก็นึกน้อยใจเจ้าหลวงขึ้นมาบ้างจึงไปบอกเจ้าช้างกุนะว่า “กุนะเอ๋ย เจ้าหลวงท่านไม่ทรงโปรดพ่อกับแม่แล้ว ขอผ้าห่มนอนท่านก็ไม่ให้ พ่อกับแม่ก็จะผูกเจ้าไว้ที่หน้าคุ้มนี่แหละนะ ให้เจ้าอยู่กับคนเลี้ยงคนใหม่ของเจ้าเถอะ บอกแล้วสองผัวเมียก็พากันกลับไปบ้าน ฝ่ายเจ้ากุนะพอเห็นสองผัวเมียกลับไปแล้วก็อาละวาดออกฤทธิ์ดึงเชือกเสียขาด เจ้าหลวงต้องให้ควาญอื่นออกตามจับ แต่ไม่สำเร็จในที่สุดเลยต้องให้คนไปเรียกสองผัวเมียนั่นมารับเจ้ากุนะไปเลี้ยงต่อ และประทานผ้าห่มนอนกับเสื้อผ้าให้แก่สองผัวเมียตามที่ขอ  เจ้ากุนะมันรักคนเลี้ยงของมันยิ่งกว่าเจ้าหลวง มันกตัญญูเป็นยอด ช้างเชือกนี้ชาวลำพูนใครก็รู้จักมันตายเมื่อก่อนสงครามโลกครั้งที่สองประมาณห้าปี แต่เวลานี้ถ้าใครเขาจะพูดถึงช้างเขาก็จะไม่ลืมพูดถึงพลายกุนะซึ่งเป็นช้างรู้ภาษาคนและมีสัมพันธ์กับคนอย่างลึกซึ้ง

แก้ไขล่าสุด ( วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฏาคม 2012 เวลา 15:39 น. )